Microsoft กำลังเดินหน้าปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน Windows 11 อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เปิดตัวการเปลี่ยนแปลงใหม่สำหรับ Start Menu ใน Windows 11 Insider Preview Build 26300.8553 ซึ่งมาพร้อมตัวเลือกการปรับแต่งที่ยืดหยุ่นมากขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่เรียกร้องฟีเจอร์เหล่านี้มานานหลายปี
การอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นการต่อยอดจากการปรับโฉม Start Menu ครั้งใหญ่ในปี 2025 ที่ช่วยแก้ไขข้อจำกัดหลายประการของ Windows 11 แต่ยังคงเหลือบางจุดที่ผู้ใช้ต้องการให้ Microsoft ปรับปรุงเพิ่มเติม ซึ่งเริ่มได้รับการแก้ไขในการอัปเดตล่าสุดนี้
ปรับแต่งส่วนต่าง ๆ ของ Start Menu ได้อิสระมากขึ้น
หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการออกแบบ Start Menu ในรูปแบบ Modular Design ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดหรือปิดแต่ละส่วนของเมนูได้ตามต้องการ ได้แก่
-
Pinned Apps หรือแอปที่ปักหมุดไว้
-
Recent ซึ่งเป็นชื่อใหม่ของส่วน Recommendations
-
All Apps หรือรายการแอปทั้งหมดที่ติดตั้งในเครื่อง
ผู้ใช้สามารถเลือกแสดงเฉพาะส่วนที่ต้องการ หรือแม้กระทั่งปิดทุกส่วนได้ทั้งหมด หากปิดทุกส่วน ระบบจะแสดงข้อความแจ้งว่า "All Start menu sections are off" พร้อมลิงก์เข้าสู่หน้าตั้งค่า Start Menu โดยตรง
นอกจากนี้ หากผู้ใช้เลือกเปิดเฉพาะส่วน Pinned Apps แต่ลบแอปที่ปักหมุดออกทั้งหมด Start Menu ก็จะกลายเป็นพื้นที่ว่างได้เช่นกัน ซึ่งช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดรูปแบบหน้าจอตามสไตล์การใช้งานของแต่ละคน
Start Menu ปรับขนาดได้แล้ว
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่หลายคนรอคอยคือความสามารถในการปรับขนาด Start Menu ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นข้อจำกัดที่ถูกวิจารณ์มาตั้งแต่ Windows 11 เปิดตัว
Microsoft เพิ่มตัวเลือกขนาด Start Menu ให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่
Large Start Menu
-
แสดงแอปได้ 8 คอลัมน์
-
แสดงหมวดหมู่ได้ 4 คอลัมน์
Small Start Menu
-
แสดงแอปได้ 6 คอลัมน์
-
แสดงหมวดหมู่ได้ 3 คอลัมน์
การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกขนาดที่เหมาะสมกับพื้นที่หน้าจอและลักษณะการใช้งานได้มากขึ้น แม้จะยังไม่ยืดหยุ่นเท่ากับ Start Menu ของ Windows 10 ที่สามารถลากปรับขนาดได้อย่างอิสระ แต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มความสามารถในการปรับแต่งให้กับ Windows 11
เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยการซ่อนชื่อผู้ใช้
Microsoft ยังเพิ่มตัวเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องแชร์หน้าจอระหว่างการประชุมออนไลน์ การสอนงาน หรือการบันทึกวิดีโอ โดยผู้ใช้สามารถซ่อนชื่อบัญชีผู้ใช้ (Profile Name) ที่แสดงบน Start Menu ได้
แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย แต่ช่วยลดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จำเป็น และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในการใช้งานได้มากขึ้น
แม้ว่าฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้จะช่วยให้ Start Menu มีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ยังมีบางประเด็นที่ผู้ใช้งานจำนวนมากมองว่าควรได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม
หนึ่งในนั้นคือระบบค้นหา (Windows Search) ที่ยังคงแยกออกจาก Start Menu เมื่อผู้ใช้คลิกช่องค้นหา ทำให้ประสบการณ์ใช้งานดูไม่ต่อเนื่อง และยังคงถูกวิจารณ์เรื่องประสิทธิภาพการค้นหาอยู่เป็นระยะ
นอกจากนี้ ระบบ Category View หรือการจัดกลุ่มแอปตามประเภท ยังมีข้อจำกัดในการจัดหมวดหมู่แอปจากผู้พัฒนาภายนอก โดยแอปยอดนิยมจำนวนมาก เช่น Steam, Slack, WhatsApp หรือ Affinity มักถูกจัดรวมไว้ในหมวด "Other" ทำให้การจัดกลุ่มแอปไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร
หลายฝ่ายมองว่า Microsoft อาจนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่แอปโดยอัตโนมัติในอนาคต เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น
สรุป
การอัปเดต Start Menu ใน Windows 11 Insider Preview Build 26300.8553 สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางใหม่ของ Microsoft ที่ให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของผู้ใช้งานมากขึ้น โดยฟีเจอร์ใหม่อย่างการเปิด-ปิดส่วนต่าง ๆ ของ Start Menu การปรับขนาดเมนู และการซ่อนชื่อผู้ใช้ ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ใช้เรียกร้องมาอย่างยาวนาน
แม้ยังมีบางจุดที่ต้องพัฒนาต่อ แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยให้ Windows 11 มีความยืดหยุ่น ใช้งานสะดวก และตอบโจทย์ผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้นในอนาคต
ที่มา neowin



