Microsoft ได้ออกประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว หลังพบว่าการอัปเดตแบบ hotpatch ที่ปล่อยออกมาสำหรับ Windows 11 Enterprise LTSC 2024 อาจส่งผลให้ระบบเกิดบั๊กในกระบวนการรีเซ็ตเครื่อง โดยเฉพาะในอุปกรณ์ที่ใช้ระบบจัดการแบบองค์กร
อัปเดตที่ก่อให้เกิดปัญหา
อุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจะต้องติดตั้งอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้:
-
KB5077212 (Hotpatch เดือนกุมภาพันธ์ 2026)
-
KB5079420 (Hotpatch เดือนมีนาคม 2026)
หลังติดตั้งอัปเดตดังกล่าว ผู้ใช้อาจพบปัญหาเมื่อใช้ฟีเจอร์ Push Button Reset ไม่ว่าจะเลือก “Keep my files” หรือ “Remove everything”
อาการของปัญหา
Microsoft ระบุว่า เมื่อเกิดปัญหา ระบบรีเซ็ตอาจ:
-
ค้างเป็นหน้าจอดำระหว่างกระบวนการ
-
รีสตาร์ตกลับไปหน้าเดสก์ท็อปโดยไม่รีเซ็ตสำเร็จ
-
แสดงข้อความแจ้งเตือนว่า
“There was a problem resetting your PC. No changes were made.”
อย่างไรก็ตาม Microsoft ยืนยันว่า ไม่มีข้อมูลผู้ใช้สูญหาย เนื่องจากกระบวนการจะถูกยกเลิกและย้อนกลับระบบไปตามปกติ
ปัญหานี้ไม่กระทบผู้ใช้งานทั่วไปทั้งหมด แต่จะเกิดขึ้นเฉพาะอุปกรณ์องค์กรที่มีเงื่อนไขดังนี้:
-
ใช้ Windows Autopatch ในการจัดการอุปกรณ์
-
เปิดใช้งาน Hotpatch สำหรับอัปเดตความปลอดภัย
-
ติดตั้งอัปเดตแบบรายเดือนโดยไม่ต้องรีสตาร์ตเครื่อง
วิธีแก้ไขชั่วคราว
Microsoft แนะนำให้ผู้ดูแลระบบติดตั้งอัปเดตแก้ไขชื่อ KB5079471 (March Safe OS Dynamic Update) ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาได้โดยตรง และติดตั้งเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
สถานะล่าสุด
ขณะนี้Microsoft อยู่ระหว่างการพัฒนาแพตช์แก้ไขถาวรเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหานี้ในอนาคต และปรับปรุงเสถียรภาพของระบบ Windows Recovery และ Reset ให้ดียิ่งขึ้น
ที่มา neowin



