Microsoft ตัดสินใจระงับการปล่อยอัปเดตฟีเจอร์ล่าสุดของ Windows 11 หมายเลข KB5079391 ชั่วคราว หลังพบปัญหาการติดตั้งที่มีความรุนแรง โดยเฉพาะข้อผิดพลาดรหัส 0x80073712 ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานจำนวนมากไม่สามารถติดตั้งอัปเดตได้ตามปกติ สร้างความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของระบบอัปเดตอีกครั้ง
อัปเดต KB5079391 ถูกปล่อยออกมาเมื่อต้นสัปดาห์ในฐานะอัปเดตแบบไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย (non-security update) สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 โดยมาพร้อมการปรับปรุงฟีเจอร์หลายด้านตามรอบปกติ แต่หลังจากเปิดให้ใช้งานได้เพียงไม่นาน Microsoft ก็ตรวจพบปัญหาที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง จึงต้องหยุดการแจกจ่ายอัปเดตทันทีเพื่อป้องกันผลกระทบเพิ่มเติม
จากข้อมูลในหน้าสนับสนุนอย่างเป็นทางการ Microsoft ระบุว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างขั้นตอนการติดตั้ง โดยยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดหรือกลุ่มอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะของปัญหาที่เกิดขึ้นในวงกว้าง ทำให้บริษัทตัดสินใจถอนอัปเดตออกจากระบบ Windows Update สำหรับผู้ใช้ทั้งหมด
ปัจจุบัน หากผู้ใช้เข้าไปตรวจสอบอัปเดตผ่านเมนู Settings > Windows Update จะไม่พบ KB5079391 อีกต่อไป โดยระบบจะแสดงเฉพาะอัปเดตล่าสุดอย่าง KB5085516 ซึ่งเป็นอัปเดตฉุกเฉิน (Out-of-band) ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการลงชื่อเข้าใช้บัญชี Microsoft ในแอปสำคัญ เช่น Teams, OneDrive และ Edge
เดิมที KB5079391 มาพร้อมการปรับปรุงที่น่าสนใจหลายรายการ อาทิ การพัฒนา Narrator ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้น การปรับ Smart App Control ให้สามารถเปิดใช้งานใหม่ได้โดยไม่ต้องติดตั้ง Windows ใหม่ รวมถึงการรองรับหน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชสูงกว่า 1000Hz และการปรับปรุงอื่น ๆ อีกหลายจุดที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งาน
Microsoft ยังไม่ได้ระบุกรอบเวลาชัดเจนในการนำอัปเดตดังกล่าวกลับมาให้ดาวน์โหลดอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตามแนวทางปกติ ฟีเจอร์จากอัปเดตประเภทนี้มักจะถูกรวมไว้ในอัปเดต Patch Tuesday ซึ่งเป็นการอัปเดตรายเดือนแบบบังคับ ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าการแก้ไขจะเสร็จสิ้นก่อนการปล่อยอัปเดตในเดือนเมษายน 2026
เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการพัฒนาและทดสอบระบบปฏิบัติการขนาดใหญ่ แม้ Microsoft จะเร่งแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังคงต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้ในด้านคุณภาพและความเสถียรของอัปเดตในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนปรับปรุง Windows Update เพิ่มเติม ทั้งในด้านความเสถียร และความยืดหยุ่น เช่น การให้ผู้ใช้สามารถหยุดอัปเดตได้แบบไม่มีกำหนด เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ที่มา neowin



