Windows 11 อัปเดตครั้งใหญ่! ย้าย Taskbar พร้อมปรับ Start Menu

Windows 11 อัปเดตครั้งใหญ่! ย้าย Taskbar พร้อมปรับ Start Menu


Microsoft เปิดตัวอัปเดตพรีวิวประจำเดือนสิงหาคม 2026 สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 ภายใต้หมายเลข KB5120998 โดยเป็นอัปเดตแบบ Optional หรือผู้ใช้สามารถเลือกติดตั้งได้เอง มาพร้อมการปรับปรุงและฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก ตั้งแต่ Taskbar, Start Menu, Windows Search ไปจนถึง File Explorer รวมถึงการปรับปรุงด้านความปลอดภัยและการรองรับ AI

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ Taskbar ที่ปรับแต่งได้มากขึ้น ผู้ใช้สามารถเลือกย้าย Taskbar ไปไว้ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย หรือด้านขวาของหน้าจอได้ รวมถึงเพิ่มตัวเลือก Taskbar ขนาดเล็ก สำหรับอุปกรณ์ที่มีพื้นที่หน้าจอจำกัด ขณะที่ Start Menu ก็ได้รับการปรับแต่งเพิ่มเติม สามารถเลือกระหว่างขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ ซ่อนชื่อและรูปโปรไฟล์ รวมถึงเลือกแสดงหรือซ่อนส่วน Pinned, Recent และ All ได้ตามต้องการ

ด้าน Windows Search ก็ได้รับการปรับปรุงให้ค้นหาและแสดงผลได้ชัดเจนขึ้น โดยระบุแหล่งที่มาของผลลัพธ์ว่าเป็นแอป การตั้งค่า ไฟล์ ผลการค้นหาจากเว็บ หรือคำแนะนำจาก Microsoft Store พร้อมเพิ่มตัวเลือกให้ผู้ใช้ควบคุมว่าต้องการแสดงผลลัพธ์จากเว็บและ Microsoft Store หรือไม่ นอกจากนี้ Windows ยังสามารถจัดทำดัชนีโฟลเดอร์ที่ใช้งานบ่อยโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ค้นหาไฟล์เหล่านั้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

สำหรับ File Explorer Microsoft ปรับปรุงประสิทธิภาพให้หน้า Home เปิดได้เร็วและตอบสนองดีขึ้น พร้อมรองรับการเลื่อนดูไฟล์ในส่วน Recommended ด้วยระบบสัมผัส นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงภาพรวมของ Windows ด้วย Progress Indicator รูปแบบใหม่ ให้หน้าจอระหว่างเปิดเครื่อง ลงชื่อเข้าใช้ รีสตาร์ต ปิดเครื่อง และติดตั้งอัปเดตมีความสม่ำเสมอและทันสมัยมากขึ้น

อีกส่วนที่น่าสนใจคือการเพิ่มความสามารถให้ Windows Share สำหรับผู้ใช้บัญชีองค์กรหรือสถานศึกษา สามารถค้นหาและติดตั้งแอปที่เกี่ยวข้องได้โดยตรงจากหน้าต่าง Share รวมถึงการเริ่มทยอยเปิดใช้ Administrator Protection ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการทำงานที่ต้องใช้สิทธิ์ระดับผู้ดูแลระบบ โดยใช้สิทธิ์แบบ Just-in-Time และการแยกโปรไฟล์เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีที่พยายามยกระดับสิทธิ์

Microsoft ยังเพิ่มความสามารถด้าน AI และการพัฒนาแอป โดยนำ Process Isolation สำหรับ Microsoft Execution Containers (MXC) มาใช้เป็นขอบเขตควบคุมสำหรับงานอย่าง Coding Agent และโค้ดที่สร้างโดยโมเดล AI ช่วยจำกัดการเข้าถึงไฟล์ เครือข่าย UI และทรัพยากรอื่น ๆ ตามนโยบายที่กำหนด ขณะเดียวกันยังเพิ่มการรองรับ Agentic Processes ในรูปแบบ Preview เพื่อให้ Windows สามารถระบุและติดตามกระบวนการทำงานของ AI Agent ได้

ด้านความปลอดภัยยังมีการเพิ่มการรองรับอัลกอริทึม ML-KEM สำหรับ Post-Quantum Cryptography ซึ่งสามารถใช้เป็นอัลกอริทึมแบบ Standalone สำหรับการแลกเปลี่ยนคีย์ TLS ได้ นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงความเสถียรของ VPN, Japanese IME, Voice Typing, Virtual Desktops, Task Manager และการตั้งค่าหน้าจอ

อย่างไรก็ตาม การอัปเดตครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญสำหรับผู้ใช้และผู้ดูแลระบบ นั่นคือ Windows 11 24H2 และ 25H2 จะไม่รวมเครื่องมือ Windows Management Instrumentation Command-line หรือ WMIC อีกต่อไป โดย WMIC ถูกถอดออกจากการติดตั้งใหม่อยู่แล้ว และจะไม่สามารถติดตั้งเพิ่มเติมผ่าน Feature on Demand ได้ แต่ WMI (Windows Management Instrumentation) ยังคงได้รับการรองรับตามปกติ

นอกจากนี้ Microsoft ยังปรับปรุงด้าน Accessibility โดยทำให้ Natural Voices ใน Narrator ติดตั้งและตั้งค่าได้ราบรื่นขึ้น รวมถึงปรับปรุงการป้อนข้อความภาษาญี่ปุ่นบน RemoteApp, การค้นหาใน Classic Outlook และความเสถียรของ Touchpad

โดยรวมแล้ว KB5120998 ถือเป็นอัปเดตที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างหลากหลาย ไม่ได้เน้นเพียงการแก้บั๊ก แต่ยังเพิ่มความสามารถในการปรับแต่ง Windows, ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน และวางพื้นฐานด้านความปลอดภัยและการทำงานร่วมกับ AI มากขึ้น อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเป็น Preview Update แบบ Optional ผู้ใช้ทั่วไปที่ไม่ได้ต้องการทดลองฟีเจอร์ใหม่อาจรอการอัปเดตแบบเป็นทางการในภายหลังได้

 

ที่มา neowin


Microsoft ยกเลิกแผนยุติ Teams Live Events พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้ Teams Town Hall
ก่อนหน้านี้ Microsoft ประกาศว่าจะยุติ Teams Live Events ในเดือนกันยายน 2024 สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้ที่ใช้ฟีเจอร์นี้สำหรับการประชุมขนาดใหญ่ อย่า...

Quote

Line

Call