Microsoft ปล่อยอัปเดตแบบไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย (Optional Update) สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 ในรหัส KB5077241 โดยมาพร้อมหมายเลขบิลด์ 26200.7922 และ 26100.7922 การอัปเดตรอบนี้เป็นอัปเดตทางเลือก (Non-security update) ที่เน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ แก้ไขข้อบกพร่อง และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่หลายจุด ช่วยให้ผู้ใช้งานทั้งกลุ่มทั่วไปและองค์กรได้รับประสบการณ์ที่เสถียรและราบรื่นมากยิ่งขึ้น โดยผู้ใช้สามารถเลือกติดตั้งได้ผ่าน Settings > Windows Update หรือดาวน์โหลดจาก Microsoft Update Catalog ผู้ใช้สามารถข้ามได้หากไม่ต้องการอัปเดตในครั้งนี้
ไฮไลต์สำคัญของอัปเดตครั้งนี้ ได้แก่:
[Emoji]
ใหม่! Emoji เวอร์ชัน 16.0 ได้เพิ่มชุดอีโมจิใหม่จำนวนหนึ่ง ซึ่งได้รับการคัดสรรอย่างรอบคอบ โดยมีอย่างน้อยหนึ่งรายการจากแต่ละหมวดหมู่หลัก อีโมจิใหม่เหล่านี้จะปรากฏในแผงอีโมจิ (Emoji panel)
[Backup & Restore]
ใหม่! ประสบการณ์การกู้คืนข้อมูลในครั้งแรกที่ลงชื่อเข้าใช้ (First sign-in restore experience) ได้ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Windows Backup สำหรับองค์กรแล้ว ทำให้ความสามารถในการกู้คืนนี้รองรับอุปกรณ์ได้หลากหลายมากขึ้น
ฟีเจอร์นี้จะกู้คืนการตั้งค่าของผู้ใช้และแอปจาก Microsoft Store โดยอัตโนมัติเมื่อมีการลงชื่อเข้าใช้ครั้งแรกบนอุปกรณ์ที่:
-
เชื่อมต่อแบบ Microsoft Entra hybrid joined
-
Cloud PCs
-
สภาพแวดล้อมแบบหลายผู้ใช้งาน (Multi-user environments)
ความสามารถนี้ช่วยสร้างกระบวนการตั้งค่าอุปกรณ์ให้มีความสม่ำเสมอในกรณีที่มีการรีเฟรชเครื่อง อัปเกรด หรือย้ายระบบ (Migration)
[Quick Machine Recovery]
ใหม่! ฟีเจอร์ Quick Machine Recovery (QMR) จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติสำหรับอุปกรณ์ Windows รุ่น Professional ที่:
-
ไม่ได้เชื่อมต่อกับโดเมน (Domain-joined)
-
ไม่ได้ลงทะเบียนกับระบบจัดการอุปกรณ์ระดับองค์กร (Enterprise endpoint management)
อุปกรณ์เหล่านี้จะได้รับความสามารถด้านการกู้คืนเช่นเดียวกับผู้ใช้ Windows Home
สำหรับอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อโดเมนหรือถูกจัดการโดยองค์กร QMR จะยังคงปิดอยู่ เว้นแต่ผู้ดูแลระบบขององค์กรจะเปิดใช้งาน
[Taskbar & System Tray]
ใหม่! เพิ่มเครื่องมือทดสอบความเร็วเครือข่าย (Network speed test) ในตัวจากทาสก์บาร์
สามารถเปิดใช้งานได้จาก:
-
Quick Settings ของ Wi-Fi หรือ Cellular
-
คลิกขวาที่ไอคอนเครือข่ายใน System Tray
การทดสอบจะเปิดในเบราว์เซอร์เริ่มต้น และสามารถวัดความเร็วของการเชื่อมต่อ Ethernet, Wi-Fi และ Cellular ได้ ช่วยตรวจสอบประสิทธิภาพเครือข่ายและแก้ไขปัญหาได้สะดวกขึ้น
ปรับปรุง: เมื่อทาสก์บาร์ถูกตั้งค่าเป็นแบบ “ไม่รวมปุ่ม” (Uncombined) หากมีแอปที่เปิดหลายหน้าต่าง และพื้นที่บนทาสก์บาร์ไม่เพียงพอ ระบบจะไม่ย้ายหน้าต่างทั้งหมดเข้าไปยังพื้นที่ Overflow พร้อมกันอีกต่อไป แต่จะย้ายเฉพาะหน้าต่างที่ไม่มีพื้นที่เพียงพอเท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้พื้นที่ Overflow ไม่แสดงลักษณะเหมือนมีพื้นที่ว่างจำนวนมากโดยไม่จำเป็น
[Accounts]
ใหม่! เพิ่มจุดเข้าถึง (Entry point) ใหม่ในเมนูบัญชีบน Start menu ซึ่งจะพาผู้ใช้ไปยังหน้าประโยชน์ของบัญชี (Benefits page) ที่ https://account.microsoft.com/
อัปเดตนี้ช่วยให้ผู้ใช้สามารถสำรวจและจัดการสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับบัญชี Microsoft ได้ง่ายขึ้น
[Camera Settings]
ใหม่! สามารถควบคุมการแพน (Pan) และการปรับมุมก้มเงย (Tilt) สำหรับกล้องที่รองรับได้จากแอป Settings
เส้นทางการตั้งค่า:
Settings > Bluetooth & devices > Cameras
จากนั้นไปที่ส่วน “Basic settings” ของกล้องที่เลือก
[Built-in Sysmon]
ใหม่! Windows ได้นำความสามารถของ Sysmon มาเป็นฟีเจอร์ในตัวระบบ (Native functionality)
Sysmon เป็นเครื่องมือที่ช่วยบันทึกเหตุการณ์ของระบบ (System events) ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการตรวจจับภัยคุกคาม (Threat detection) ได้ และยังสามารถใช้ไฟล์กำหนดค่าแบบกำหนดเอง (Custom configuration files) เพื่อกรองเหตุการณ์ที่ต้องการติดตาม
เหตุการณ์ที่ถูกบันทึกจะถูกเขียนลงใน Windows Event Log ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันด้านความปลอดภัยและรองรับการใช้งานได้หลากหลายกรณี
โดยค่าเริ่มต้น Built-in Sysmon จะถูกปิดไว้ และต้องเปิดใช้งานด้วยตนเอง
วิธีเปิดใช้งาน:
-
ไปที่ Settings > System > Optional features > More Windows features > ติ๊กเลือก Sysmon
หรือใช้คำสั่งใน PowerShell หรือ Command Prompt:
Dism /Online /Enable-Feature /FeatureName:Sysmon
เพื่อให้การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์ ให้รันคำสั่ง:
sysmon -i
หมายเหตุ: หากเคยติดตั้ง Sysmon จากเว็บไซต์มาก่อน จะต้องถอนการติดตั้งออกก่อนจึงจะสามารถเปิดใช้งานเวอร์ชันที่มากับระบบได้
[Widgets]
ใหม่! การตั้งค่า Widget (Widget Settings) จะเปิดในรูปแบบหน้าเต็ม (Full-page experience) ภายในแอป Widgets แทนการเปิดเป็นหน้าต่างแบบกล่องโต้ตอบ (Dialog)
[Desktop Background]
ใหม่! สามารถตั้งค่าไฟล์ภาพนามสกุล .webp เป็นภาพพื้นหลังเดสก์ท็อปได้แล้ว ผ่านเส้นทาง:
Settings > Personalization > Background หรือคลิกขวาที่ไฟล์ภาพใน File Explorer แล้วเลือกตั้งเป็นพื้นหลัง
[Search]
ปรับปรุง: อัปเดตไอคอนของกระบวนการค้นหา (Search process) ใน Task Manager ให้แสดงเป็นรูปแว่นขยาย
ใหม่!
-
ส่วนหัวของแต่ละกลุ่มผลลัพธ์ (Group headers) จะแสดงจำนวนผลลัพธ์ ทำให้เห็นได้ทันทีว่ามีผลลัพธ์เพิ่มเติมหรือไม่
-
สามารถคลิกที่ส่วนหัวของกลุ่มเพื่อดูผลลัพธ์ทั้งหมดในกลุ่มนั้น และซ่อนผลลัพธ์จากกลุ่มอื่นได้
ใหม่! สามารถดูตัวอย่างผลการค้นหา (Preview) ได้โดยเลื่อนเมาส์ไปเหนือผลลัพธ์ แล้วเลือก Preview เพื่อดูเนื้อหาโดยไม่ต้องเปิดไฟล์
[Storage Settings]
ปรับปรุง: อัปเดตหน้าต่างโต้ตอบ (Dialogs) บางส่วนใน Storage Settings ให้มีดีไซน์ที่ทันสมัยมากขึ้น
ปรับปรุง: เพิ่มประสิทธิภาพในการสแกนหาไฟล์ชั่วคราว (Temporary files)
[Remote Server Administration Tools (RSAT)]
ใหม่! การอัปเดตนี้เพิ่มการรองรับ Remote Server Administration Tools (RSAT) บนอุปกรณ์ Windows 11 ที่ใช้สถาปัตยกรรม Arm64
ผู้ดูแลระบบไอทีสามารถติดตั้งและใช้งานเครื่องมือต่าง ๆ ได้แล้ว เช่น:
-
Active Directory Domain Services และ Lightweight Directory Services Tools
-
Active Directory Certificate Services Tools
-
Server Manager
-
Group Policy Management Tools
-
DNS Server Tools
-
DHCP Server Tools
เครื่องมือเหล่านี้อยู่ในรูปแบบ Optional Features (ฟีเจอร์เสริม) และสามารถติดตั้งได้ผ่าน: Settings > System > Optional Features หรือ Control Panel > Programs > Turn Windows features on or off
[Windows Update Settings]
ปรับปรุงความรวดเร็วในการตอบสนองของหน้าการตั้งค่า Windows Update
[Login and lock screens]
ปรับปรุงความเสถียรของหน้าจอเข้าสู่ระบบ (Login screen)
[Nearby Sharing]
ปรับปรุงความเสถียรในการส่งไฟล์ขนาดใหญ่ผ่าน Nearby Sharing
[Projecting]
ปรับปรุงความเสถียรในการแสดงแถบ Project (Project pane) หลังจากกดปุ่ม Windows + P
[Printing]
ปรับปรุงบริการพิมพ์ของ Windows (spoolsv.exe) เพื่อให้การทำงานราบรื่นขึ้น และป้องกันอาการเครื่องช้าระหว่างการพิมพ์งานปริมาณมาก
[File Explorer]
ปรับปรุง: เพิ่มตัวเลือก “Extract all” (แตกไฟล์ทั้งหมด) ในแถบคำสั่ง (Command bar) ของ File Explorer ขณะเปิดดูโฟลเดอร์ไฟล์บีบอัดที่ไม่ใช่ ZIP
แก้ไขปัญหา: การกด Shift ค้างไว้แล้วคลิกที่ File Explorer บนทาสก์บาร์ หรือคลิกด้วยปุ่มกลางของเมาส์ อาจเปิดหน้าต่างเดิมแทนที่จะเปิดหน้าต่างใหม่ ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว
ปรับปรุง: เพิ่มความเสถียรในการแสดงอุปกรณ์ในหน้า Network ของ File Explorer
[Display]
ปรับปรุง: เพิ่มประสิทธิภาพด้านการแสดงผล เพื่อช่วยลดเวลาในการปลุกเครื่อง (Resume from sleep) บนระบบที่มีภาระงานสูง หรือในสถานการณ์อื่น ๆ
ปรับปรุง: สำหรับแล็ปท็อปที่ใช้งานร่วมกับ Docking Station ขณะปิดฝาเครื่อง ได้ปรับปรุงความเสถียรของการปลุกเครื่องจากโหมดสลีปเมื่อเชื่อมต่อไฟ AC โดยไม่จำเป็นต้องเปิดฝาเครื่อง
[Other]
แก้ไขปัญหาด้านภาพเล็กน้อยหลายจุด เช่น:
-
เมื่อทาสก์บาร์ตั้งค่าเป็นซ่อนอัตโนมัติ (Autohide)
-
ช่องกรอกข้อมูลรับรอง (Credentials fields) ในหน้าต่างป๊อปอัปของ Windows Security
-
หน้าต่างโต้ตอบการพิมพ์ (Print dialog)
ฟีเจอร์ที่เปิดใช้งานทันทีสำหรับผู้ใช้ทุกคน
[Secure Boot]
ในการอัปเดตครั้งนี้ Windows quality updates ได้เพิ่มข้อมูลการกำหนดเป้าหมายอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงขึ้น (High confidence device targeting data) ทำให้สามารถครอบคลุมอุปกรณ์ที่มีสิทธิ์รับใบรับรอง Secure Boot ใหม่ได้มากขึ้นโดยอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์จะได้รับใบรับรองใหม่ก็ต่อเมื่อแสดงสัญญาณการอัปเดตที่ประสบความสำเร็จเพียงพอ เพื่อให้การปล่อยอัปเดตเป็นไปแบบควบคุมและเป็นขั้นตอน (Controlled and phased rollout)
[BitLocker]
ปรับปรุง: เพิ่มความเสถียรของ BitLocker โดยอุปกรณ์จะไม่ค้างหรือหยุดตอบสนองอีกต่อไปหลังจากที่ผู้ใช้ป้อน Recovery Key
วิธีดาวน์โหลดอัปเดต
สามารถดาวน์โหลดการอัปเดตได้ผ่าน: Settings > Windows Update หรือ Microsoft Update Catalog
หมายเหตุ: การอัปเดตนี้เป็นแบบ “Optional update” (อัปเดตทางเลือก) ผู้ใช้สามารถเลือกไม่ติดตั้งก็ได้หากต้องการ
ที่มา neowin



