Microsoft เตรียมปรับปรุงประสบการณ์การอัปเดตของ Windows 11 ครั้งใหญ่ โดยมุ่งแก้ไขปัญหาที่ผู้ใช้งานพบมานาน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงสถานะการอัปเดตที่ไม่ชัดเจน และอาการเครื่องทำงานช้าหลังติดตั้งอัปเดตเสร็จ เพื่อให้การอัปเดตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ก่อนหน้านี้ Microsoft เพิ่งเผชิญกับเหตุขัดข้องครั้งใหญ่ ส่งผลให้ผู้ใช้ไม่สามารถดาวน์โหลดอัปเดต Windows 11 ได้ทั้งผ่าน Windows Update และ Microsoft Update Catalog ในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากบริษัทเพิ่งรณรงค์ให้ผู้ใช้และผู้ดูแลระบบรีบติดตั้งอัปเดต เพื่อป้องกันภัยคุกคามด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับ AI
ใช้ AI ช่วยค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัย
นอกจากการผลักดันให้ผู้ใช้ติดตั้งอัปเดตเร็วขึ้นแล้ว Microsoft ยังมีแผนนำ AI มาใช้ในการตรวจจับช่องโหว่ด้านความปลอดภัยภายในระบบและซอฟต์แวร์ของบริษัทอีกด้วย
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อช่วยค้นหาข้อบกพร่องที่อาจถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน ซึ่งในอดีตมีบางช่องโหว่ที่แฝงอยู่ในระบบนานกว่าทศวรรษก่อนจะถูกค้นพบ
แก้ปัญหา Windows Update แสดงความคืบหน้าไม่ตรง
อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้ Windows หลายคนคุ้นเคย คือแถบแสดงความคืบหน้าของ Windows Update ที่มักไม่สะท้อนสถานะจริง ทำให้ไม่ทราบว่าขณะนั้นระบบกำลังดาวน์โหลด ติดตั้ง หรือประมวลผลอยู่ในขั้นตอนใด
ล่าสุด Microsoft ยืนยันว่า ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 Release Preview บริษัทได้ปรับปรุงระบบคำนวณความคืบหน้าของการอัปเดตใหม่ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถติดตามสถานะการอัปเดตได้แม่นยำและเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพหลังอัปเดตเสร็จ
นอกจากการแสดงผลที่แม่นยำขึ้น Microsoft ยังปรับปรุงกระบวนการ Update Clean-up หรือการจัดการไฟล์หลังการอัปเดต เพื่อช่วยลดภาระของระบบทันทีหลังติดตั้งเสร็จ
ที่ผ่านมา ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยพบว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานช้าลงในช่วงหลังอัปเดต เนื่องจาก Windows ยังคงประมวลผลและล้างไฟล์เบื้องหลังอยู่ แม้ว่าการติดตั้งจะเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม
การปรับปรุงครั้งนี้จึงมีเป้าหมายให้เครื่องกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพเร็วขึ้น โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีสเปกไม่สูง
ปรับปรุงระบบเบื้องหลังของ Windows Update
Microsoft ยังได้พัฒนาระบบเบื้องหลังที่ควบคุมการอัปเดต ได้แก่
- Windows Update Orchestrator ซึ่งทำหน้าที่จัดการกระบวนการอัปเดตทั้งหมด ตั้งแต่การตรวจสอบ ดาวน์โหลด ติดตั้ง ไปจนถึงการรีสตาร์ทเครื่อง
- Arbiter ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ไฟล์อัปเดต ตรวจสอบองค์ประกอบที่จำเป็น และเตรียมระบบก่อนดำเนินการติดตั้ง
การปรับปรุงทั้งสองส่วนจะช่วยให้การอัปเดตทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความแม่นยำมากขึ้น
มุ่งยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ Windows 11
แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะไม่ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ให้กับ Windows 11 โดยตรง แต่ถือเป็นการแก้ไขปัญหาที่ผู้ใช้พบอยู่เป็นประจำ ทั้งการแสดงผลความคืบหน้าที่ไม่ชัดเจนและอาการเครื่องหน่วงหลังอัปเดต
หากการปรับปรุงเป็นไปตามที่ Microsoft ระบุ ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์การอัปเดตที่รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่อัปเดตระบบเป็นประจำหรือองค์กรที่ต้องดูแลอุปกรณ์จำนวนมาก ซึ่งจะช่วยลดเวลาในการรอคอยและทำให้การใช้งาน Windows 11 หลังอัปเดตเป็นไปอย่างลื่นไหลกว่าเดิม
ที่มา neowin


