Windows 11 เร็วขึ้นอีกขั้น! อัปเดตใหม่ปรับ File Explorer เปิดไว ใช้งานลื่นกว่าเดิม

Windows 11 เร็วขึ้นอีกขั้น! อัปเดตใหม่ปรับ File Explorer เปิดไว ใช้งานลื่นกว่าเดิม


Microsoft เดินหน้าพัฒนา Windows 11 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดเผยรายละเอียดอัปเดตภายใต้รหัส KB5083631 ที่มาพร้อมการปรับปรุงประสิทธิภาพครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในส่วนของ File Explorer และระบบโดยรวม ซึ่งมีเป้าหมายชัดเจนคือ “ทำให้การใช้งานเร็วขึ้นและลื่นไหลกว่าเดิม”

ก่อนหน้านี้ Microsoft เคยประกาศว่าจะยกระดับประสิทธิภาพของ Windows 11 ภายในปี 2026 และจาก Insider Preview เวอร์ชันล่าสุดในช่อง Release Preview ก็ยืนยันแล้วว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง

ไฮไลต์สำคัญของอัปเดตนี้คือการปรับปรุง File Explorer ซึ่งผู้ใช้ Windows ใช้งานอยู่เป็นประจำ โดย Microsoft ได้เพิ่มความเร็วในการเปิดแอปอย่างชัดเจน ทำให้เข้าถึงไฟล์และโฟลเดอร์ได้รวดเร็วขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงเบื้องหลังของระบบ explorer.exe เพื่อลดปัญหาการใช้ทรัพยากรค้างหลังปิดหน้าต่าง ส่งผลให้ระบบจัดการหน่วยความจำได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยลดการใช้ RAM โดยรวม

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือการปรับปรุง Delivery Optimization สำหรับการดาวน์โหลด Windows Update ที่ช่วยลดการใช้หน่วยความจำขณะอัปเดตระบบ

ฟีเจอร์ใหม่และการปรับปรุงใน File Explorer

อัปเดตนี้ยังมาพร้อมการปรับปรุงด้านประสบการณ์ใช้งานหลายรายการ ได้แก่:

  • ตั้งค่าการแสดงผลโฟลเดอร์ (เช่น การเรียงไฟล์ ขนาดไอคอน) จะถูกจดจำและใช้เหมือนกันทุกครั้ง ไม่ว่าจะเปิดจากแอปใด

  • เพิ่มความเร็วในการเปิด File Explorer และปรับปรุงความลื่นไหลโดยรวม

  • แก้ปัญหาหน้าจอกระพริบสีขาวในโหมด Dark Mode

  • เพิ่มปุ่ม “Preview anyway” สำหรับดูไฟล์ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต แม้มีคำเตือน

  • รองรับไฟล์บีบอัดรูปแบบใหม่ เช่น uu, cpio, xar และ nupkg

  • เพิ่มความเสถียรของระบบ explorer.exe หลังปิดหน้าต่าง

ปรับปรุงทั้งระบบ ตั้งแต่ Storage ถึง Startup

ไม่ใช่แค่ File Explorer เท่านั้น Microsoft ยังปรับปรุงส่วนอื่นของระบบให้ทำงานได้เร็วขึ้น เช่น:

  • การเปิดดูข้อมูล Storage ขนาดใหญ่ใน Settings ทำได้เร็วขึ้น

  • แอปที่ตั้งค่าให้เปิดตอนเริ่มระบบ (Startup Apps) โหลดเร็วขึ้นหลังบูตเครื่อง

Microsoft ระบุว่าการปรับปรุงทั้งหมดนี้จะเริ่มปล่อยให้ผู้ใช้งานทั่วไปในอัปเดต Windows 11 ในเดือนเมษายน 2026 (C Release) และจะตามมาด้วย Patch Tuesday ในเดือนพฤษภาคม 2026

สำหรับผู้ที่ใช้งาน Windows 11 นี่ถือเป็นอีกหนึ่งอัปเดตสำคัญที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้ “เร็วขึ้นจริง” ทั้งในแง่การเปิดไฟล์ การจัดการระบบ และการทำงานโดยรวมของเครื่อง

 

ที่มา neowin



Seminar
Quote

Line

Call