Google ได้ปล่อยอัปเดตให้ผู้ใช้ Google Workspace ในวันที่ 17 มิถุนายน 2026 เพื่อเดินหน้ายกระดับประสบการณ์การทำงานร่วมกันและการสร้างสรรค์คอนเทนต์ในยุคดิจิทัล สำหรับการอัปเดตในรอบนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของการผสานโมเดล AI ขั้นสูงเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการทำงานในองค์กร โดยมี 4 ไฮไลท์เด่น ที่ครอบคลุมทั้งเครื่องมือจัดการตารางงานอย่าง Google Calendar และเครื่องมือสร้างวิดีโออัจฉริยะอย่าง Google Vids มาติดตามกันว่า 4 ฟังก์ชันใหม่นี้จะช่วยให้องค์กรของคุณทำงานได้ดีขึ้นอย่างไรบ้าง
Create longer Veo videos in Google Vids (สร้างวิดีโอด้วย AI ได้ยาวขึ้น)
Google อัปเดตฟีเจอร์ใหม่ให้กับ Google Vids เครื่องมือสร้างวิดีโอด้วย AI โดยจับมือกับ Veo โมเดลอัจฉริยะ ให้ผู้ใช้สามารถขยายความยาวคลิปวิดีโอเดิมได้ยาวขึ้น ช่วยให้เนื้อหาและตัวละครมีความต่อเนื่องไม่สะดุด พร้อมทั้งเพิ่มความสามารถในการสั่งเจเนอเรตวิดีโอพร้อมกันได้หลายคลิปในเวลาเดียวกัน ช่วยให้เปรียบเทียบสไตล์และประหยัดเวลาการทำงานลงอย่างมาก
2 ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา
-
สร้างวิดีโอ Veo ได้ยาวขึ้น (Longer Veo videos): จากเดิมที่อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องความยาว ตอนนี้คุณสามารถ "ขยาย (Extend)" คลิปวิดีโอที่มีอยู่เดิมให้ยาวขึ้นได้แล้ว ช่วยให้เนื้อเรื่องมีความต่อเนื่อง ตัวละครไม่เพี้ยน และเล่าเรื่องได้สมูทกว่าเดิม
-
สั่งเจนวิดีโอพร้อมกันได้หลายคลิป (Generate multiple clips at once): ไม่ต้องนั่งรอให้คลิปแรกเสร็จแล้วค่อยกดสั่งใหม่ คุณสามารถกดสั่งเจเนอเรตวิดีโอหลาย ๆ แบบหรือหลาย ๆ พรอมต์พร้อมกันในเวลาเดียวกันได้เลย ช่วยให้เปรียบเทียบสไตล์และประหยัดเวลาขึ้นมาก

กำหนดการเปิดใช้งาน (Rollout Pace)
-
เริ่มปล่อยตัวจริงตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป ทั้งกลุ่ม Rapid Release และ Scheduled Release โดยจะทยอยเปิดให้เห็นฟีเจอร์ครบทุกคนภายใน 1-3 วัน
ใครใช้งานได้บ้าง? (Availability)
ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้ครอบคลุมกว้างมาก ตั้งแต่ผู้ใช้ทั่วไปจนถึงระดับองค์กร ดังนี้:
-
ฝั่งธุรกิจและองค์กร: Business (Starter, Standard, Plus), Enterprise (Starter, Standard, Plus), Enterprise Essentials และ Enterprise Essentials Plus
-
ฝั่งการศึกษา: Education Plus, Nonprofits, และผู้ที่มี Add-on เสริม (Teaching and Learning, Google AI Pro for Education)
-
ผู้ใช้ทั่วไป (Consumer): บัญชี Google ส่วนบุคคลทุกคนสามารถใช้ได้ รวมถึงผู้ที่สมัครแพ็กเกจ Google AI Pro และ Ultra
-
ข้อดีเพิ่มเติม: สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์การใช้งานแบบ AI Expanded Access จะได้รับโควตาข้อจำกัด (Limits) ในการเจนวิดีโอด้วย Veo ที่สูงกว่าบัญชีทั่วไปด้วยครับ
ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับแอดมิน (Admins): ฟีเจอร์นี้เปิดใช้งานให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติจากทาง Google ไม่มีปุ่มเปิด-ปิดควบคุมเพิ่มเติมในหน้า Admin Console
Generate multiple videos in parallel in Google Vids (เจนวิดีโอพร้อมกันหลายตัว) รองรับภาษาไทย"
Google ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ AI Avatar (ตัวละครจำลอง AI) บน Google Vids (เครื่องมือสร้างวิดีโอสำหรับทำงาน) ครั้งสำคัญ โดยดึงขุมพลังจากโมเดล AI ล่าสุดอย่าง Gemini 3.1 Flash Text-To-Speech (TTS) และ Veo 3.1 มาช่วยเพิ่มความสมจริง การแสดงอารมณ์ และความยืดหยุ่นในการสร้างวิดีโอให้เก่งขึ้นกว่าเดิมในทุกมิติ
อัปเดต สำคัญ มีดังนี้ครับ:
1. เพิ่มตัวละครสำเร็จรูป (Preset) มากถึง 53 แบบ
จากเดิมที่มีให้เลือกเพียง 23 แบบ ตอนนี้ Google เพิ่มใจปรับเป็น 53 แบบ โดยมีสไตล์หลากหลายให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของงาน เช่น สไตล์สมจริง (Photorealistic), การ์ตูน 3มิติ (3D Cartoon) และสไตล์นิยายภาพ (Graphic Novel) พร้อมใช้ระบบเสียงจาก Gemini Audio ทำให้ AI พูดจาได้เป็นธรรมชาติ แสดงอารมณ์ และมีน้ำเสียงเหมือนคนกำลังสนทนากันจริงๆ
![]()
![]()
ตัวอย่างรูปโปรไฟล์เริ่มต้นแบบใหม่
2. รองรับเพิ่มเป็น 24 ภาษา (เปิดตัว "ภาษาไทย" แล้ว!)
รอบนี้มีการเพิ่มภาษาใหม่เข้าไปอีก 16 ภาษา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ "ภาษาไทย" (ร่วมกับภาษาอื่นๆ เช่น ฮินดี, อินโดนีเซีย, รัสเซีย, เวียดนาม, ตุรกี ฯลฯ) เมื่อนับรวมกับภาษาเดิมอย่าง อังกฤษ, สเปน, ญี่ปุ่น, เกาหลี ทำให้ตอนนี้ AI Avatar สามารถพากย์เสียงและพูดได้รวม 24 ภาษาทั่วโลก
![]()
รายการภาษาที่รองรับทั้งหมดในส่วนติดต่อผู้ใช้ (UI) ของ Google Vids
3. สร้าง Custom Avatar ของตัวเองด้วยเสียงที่ปรับแต่งได้
หากไม่อยากใช้ตัวละครสำเร็จรูป คุณสามารถออกแบบ Custom Avatar (ตัวละครเฉพาะของตัวเอง) ผ่านระบบ Nano Banana Pro โดยตอนนี้สามารถเลือกน้ำเสียงที่ขับเคลื่อนด้วย Gemini Audio ได้มากกว่า 30 แบบ ซึ่งจะเด่นเรื่องการแสดงอารมณ์ การรองรับภาษา และผู้ใช้สามารถควบคุมทิศทาง (Steering Control) วิธีการพูดของ AI ได้ละเอียดขึ้น
![]()
การกำหนดเสียงใหม่ให้กับอวตารแบบกำหนดเอง
4. สั่งให้ AI Avatar "แสดงท่าทาง" ได้ตามใจคิด
ฟีเจอร์เด็ดที่สุดรอบนี้คือ จากเดิมที่สั่งให้ตัวละครขยับได้เฉพาะตัวเริ่มต้น ตอนนี้ผู้ใช้สามารถสั่งให้ Custom Avatar ของตัวเองแสดงท่าทางประกอบฉากในวิดีโอได้แล้ว โดยที่ AI จะยังคงรักษาหน้าตาและน้ำเสียงดั้งเดิมของเราไว้ไม่มีเพี้ยน
-
สั่งงานด้วยข้อความ (Text Prompt): พิมพ์สั่งได้เลยว่าอยากให้อวตารเดิน, พูด หรือหยิบจับสิ่งของชิ้นไหน
-
ใช้รูปภาพอ้างอิง (Image References): อัปโหลดรูปภาพเพิ่มเติมเพื่อให้ AI ใส่ตัวละครของเราเข้าไปอยู่ในสถานที่เฉพาะ หรือใส่โลโก้แบรนด์ร่วมด้วยได้
![]()
ตัวอย่างอวตารแบบกำหนดเองที่สร้างขึ้นตามคำสั่ง
รายละเอียดการปล่อยอัปเดตและสิทธิ์การใช้งาน
-
กำหนดการปล่อยฟีเจอร์: เริ่มทยอยเปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป (ใช้เวลาประมาณ 1–3 วันจะเห็นฟีเจอร์ครบทุกคน) ทั้งกลุ่ม Rapid Release และ Scheduled Release
-
กลุ่มผู้ใช้งานที่รองรับ: ปล่อยให้ใช้งานอย่างทั่วถึง ครอบคลุมทั้ง...
-
ภาคธุรกิจ/องค์กร: Google Workspace ทุกระดับ (Business Starter/Standard/Plus, Enterprise Starter/Standard/Plus, Essentials)
-
ภาคการศึกษา: Education Plus รวมถึงส่วนเสริม Teaching and Learning / Gemini Pro for Education
-
บุคคลทั่วไป: บัญชี Google ส่วนบุคคล (Personal Account) ทุกคน รวมถึงผู้สมัคร Google AI Pro และ Ultra
-
ผู้ถือสิทธิ์พิเศษ: สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์การใช้งานส่วนเสริม AI Expanded Access จะได้รับโควตา (Limits) ในการสร้างและใช้งาน AI Avatar ในปริมาณที่สูงกว่าปกติ
-
Custom event colors in Google Calendar (เพิ่มสีปฏิทินแบบกำหนดเอง)
จากเดิมที่ Google Calendar จำกัดสีสำหรับใส่ในตารางนัดหมาย (Event Colors) ไว้เพียง 11 สีมาตรฐาน ทำให้หลายคนที่ต้องบริหารตารางเวลาแน่นๆ หรือจัดหมวดหมู่โปรเจกต์แยกย่อยเจอปัญหาสีไม่พอใช้ ล่าสุด Google ได้ประกาศอัปเดตฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานเรียกร้องเข้ามามากที่สุด โดยปลดล็อกให้เราสามารถเลือกและปรับแต่งเฉดสีเองได้อย่างอิสระแล้ว
มีอะไรใหม่ในอัปเดตนี้?
-
เพิ่มสีเริ่มต้นเป็น 24 สี: จากเดิมที่มีให้เลือกค่อนข้างจำกัด ตอนนี้ Google เพิ่มสีพื้นฐานมาให้เลือกจิ้มใช้งานได้ทันทีเพิ่มเป็น 24 เฉดสี
-
สร้างสีเองได้สูงสุด 200 สี (Custom Colors): สำหรับผู้ที่ต้องการคุมโทนหรือแยกสีเฉพาะ สามารถเลือกผสมสีเองผ่านระบบ RGB Color Picker (พิมพ์โค้ดสีที่ต้องการหรือจิ้มเลือกเฉดสีเองได้เลย) บนระบบเว็บและ API
-
รองรับทุกแพลตฟอร์ม: สีที่เราปรับแต่งจะแสดงผลและใช้งานได้ทั้งบนเว็บไซต์ (Web), แอปพลิเคชันบนมือถือ (Mobile Apps ทั้ง iOS และ Android) รวมถึงการเชื่อมต่อผ่าน Calendar API

รายละเอียดการเปิดใช้งาน (Rollout Timeline)
ฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานให้เป็นค่าเริ่มต้น (ON by default) โดยไม่ต้องตั้งค่าใดๆ เพิ่มเติม และฝั่งผู้ดูแลระบบ (Admins) ไม่ต้องเปิดสิทธิ์การเข้าถึง แยกกลุ่มการทยอยอัปเดตดังนี้ครับ:
-
Rapid Release (กลุ่มที่ได้รับอัปเดตเร็ว): เริ่มทยอยปล่อยฟีเจอร์ตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป (อาจใช้เวลามากกว่า 15 วันกว่าจะเห็นฟีเจอร์ครบทุกบัญชี)
-
Scheduled Release (กลุ่มปกติ): เริ่มทยอยปล่อยฟีเจอร์ตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายน 2026 เป็นต้นไป (อาจใช้เวลามากกว่า 15 วันเช่นกัน)
ใครใช้งานได้บ้าง?
ข่าวดีคืออัปเดตนี้ครอบคลุมผู้ใช้งานทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง:
-
ลูกค้า Google Workspace ทุกแพลตฟอร์ม
-
ผู้สมัครใช้บริการ Workspace Individual
-
ผู้ใช้งานบัญชี Google ส่วนบุคคลทั่วไป (Personal Google Accounts) ก็ได้ฟีเจอร์นี้ด้วยเช่นกัน
Google เชื่อมโยง Gemini เข้ากับ Google Classroom
Google ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่ทำให้ Gemini สามารถทำงานร่วมกับ Google Classroom ได้โดยตรง ช่วยให้ AI เข้าใจบริบทและสภาพแวดล้อมของชั้นเรียน ทำให้การตอบสนองและการช่วยงานมีประสิทธิภาพ ทรงพลัง และตรงจุดมากยิ่งขึ้น
ไฮไลต์เด่น
สำหรับผู้สอน (Educators)
Gemini จะเข้ามาช่วยลดภาระงานบริหารจัดการ เพื่อให้ครูมีเวลาโฟกัสกับการสอนมากขึ้น:
-
วิเคราะห์ความคืบหน้า: สรุปได้ว่าใครส่งงานแล้วบ้าง ผลคะแนนในงานก่อนๆ เป็นอย่างไร และช่วยระบุว่านักเรียนคนไหนที่อาจต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ
-
เตรียมการสอนเฉพาะบุคคล: ช่วยร่างเนื้อหาการสอน ใบงาน หรือแผนการเรียนที่ปรับให้เหมาะกับระดับของนักเรียน โดยอิงจากบริบทใน Classroom
-
จัดการงานเอกสารและสื่อสาร: ร่างประกาศ ข้อความสื่อสาร รวมถึงช่วยสร้างและอัปเดตการบ้าน/แผนงานล่วงหน้า
-
ตัวช่วยงานแอดมิน: แก้ไขชื่อวิชา รายละเอียดการบ้านพร้อมกันหลายๆ ห้องในรูปแบบ "ร่าง (Draft)" ช่วยทำผังที่นั่งเรียน หรือช่วยค้นหาการบ้านเก่าๆ ได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับนักเรียน (Students อายุ 18 ปีขึ้นไป)
ช่วยให้จัดการชีวิตการเรียนได้เป็นระบบมากขึ้น:
-
เรียกดูรายการการบ้านหรือกำหนดการที่กำลังจะมาถึง
-
ช่วยสร้างแผนการเรียน (Study plans) และทำแบบฝึกหัดทบทวนเพื่อเตรียมสอบโดยอิงจากเนื้อหาในบทเรียน
-
ติดตามประกาศและอัปเดตล่าสุดจากทุกวิชาได้ในที่เดียว
วิธีการใช้งาน
ระบบจะรับรู้โดยอัตโนมัติว่าเมื่อไหร่ที่ควรดึงข้อมูลจาก Google Classroom มาตอบ หรือผู้ใช้สามารถสั่งการเจาะจงได้ง่ายๆ เพียงพิมพ์ @Classroom ในช่องแชตของ Gemini
ข้อจำกัดสำคัญที่ Gemini ยังทำไม่ได้
-
ไม่สามารถกรอกคะแนน หรือให้ข้อเสนอแนะส่วนตัว (Private feedback) กับนักเรียนโดยตรงได้
-
ไม่สามารถลบ จัดเก็บ (Archive) หรือโพสต์การบ้านและประกาศลงชั้นเรียนโดยตรงได้ (ทำได้เพียงบันทึกเป็น "ฉบับร่าง" หรือ Draft เท่านั้น)
-
ไม่สามารถสร้างเกณฑ์การให้คะแนน (Rubrics) ได้
เงื่อนไขและการเปิดใช้งาน (สำหรับผู้ดูแลระบบ)
-
ภาษาที่รองรับ: ปัจจุบันรองรับเฉพาะ ภาษาอังกฤษ เท่านั้น
-
กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ใช้งานต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป และใช้บัญชี Google Workspace for Education หรือ Business
-
การจัดการระบบ (Admin Console):
-
Education domains: ระบบจะตั้งค่าเปิด (ON) ไว้เป็นค่าเริ่มต้น (สามารถสั่งปิดได้ในระดับ OU หรือกลุ่ม)
-
Domains อื่นๆ: ระบบจะตั้งค่าปิด (OFF) ไว้เป็นค่าเริ่มต้น (Admin ต้องเข้าไปเปิดใช้งานเองผ่านเมนู Classroom app ในหมวด Gemini)
-

-
สำหรับผู้ใช้ทั่วไป (End Users): หาก Admin เปิดสิทธิ์ให้แล้ว สามารถเปิด/ปิดการเชื่อมต่อนี้ได้ด้วยตนเองในหน้าตั้งค่า Connected Apps ของ Gemini

หมายเหตุเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล (Data Privacy): ปัจจุบันฟีเจอร์ Classroom app ใน Gemini ยังไม่รองรับการเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูลตามภูมิภาค (Data Regionalization) ข้อมูลการใช้งานอาจถูกจัดเก็บนอกภูมิภาคหลักของผู้ใช้ แต่อย่างไรก็ตาม Google มีแผนจะอัปเดตให้รองรับการเลือกพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Data Region Support) ภายในปีนี้
กำหนดการอัปเดต
ฟีเจอร์นี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว (ทั้งกลุ่ม Rapid Release และ Scheduled Release) โดยคาดว่าจะปล่อยอัปเดตครบถ้วนให้ผู้ใช้ทุกคนภายในวันที่ 18 มิถุนายน 2026
ที่มา workspaceupdates



