Copilot ใน Word ให้ทำงานเอกสารได้ “โปรขั้นกว่า”

Copilot ใน Word ให้ทำงานเอกสารได้ “โปรขั้นกว่า”


Microsoft ประกาศฟีเจอร์ใหม่ให้ Copilot ใน Microsoft Word ช่วยงานกลุ่มเอกสารที่ต้องการความแม่นยำสูง เช่น งานด้าน กฎหมาย การเงิน และ งานกำกับดูแล โดยยกระดับความสามารถของ AI ให้รองรับการทำงานจริงที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น, มีความชัดเจน และตรวจสอบได้มากขึ้นในขั้นตอนงานต่างๆ

ในงานที่ต้อง ความถูกต้องของเอกสารสูง อย่างเช่น ตรวจสอบสัญญา เตรียมเอกสารทางกฎหมาย หรือจัดทำเอกสารทางการเงิน สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญต้องการมากที่สุดคือ “การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องตรวจสอบได้และโปร่งใส” ฟีเจอร์ใหม่ของ Copilot ใน Word ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้โดยตรง โดยยังคงเคารพบริบทเนื้อหา เอกสารต้นฉบับ และการบันทึกประวัติการทำงานร่วมกันของทีม

ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา

นี่คือความสามารถเด่นที่เพิ่งเปิดให้ใช้งาน:

1. การติดตามการแก้ไข (Track Changes) แบบละเอียดระดับคำ

Copilot สามารถเปิดการติดตามการแก้ไขให้โดยอัตโนมัติ ทุกคำที่ปรับเปลี่ยนจะเห็นได้ชัด ทั้งสำหรับผู้เขียนและผู้ตรวจสอบ ทำให้การแก้ไขเอกสารมีความ โปร่งใส และ ตรวจสอบย้อนกลับได้

2. คอมเมนต์แบบเชื่อมโยงข้อความ (Contextual Comments)

เมื่อ Copilot เพิ่มคอมเมนต์ลงในเอกสาร จะผูกติดกับข้อความที่ถูกต้อง แม่นยำ ช่วยให้ทีมสามารถ โต้ตอบและตรวจสอบข้อคิดเห็นกันตรงจุดจริงในเนื้อหา

3. สร้างและอัปเดตสารบัญอัตโนมัติ

Copilot จะใช้หัวข้อ (headings) ที่มีอยู่เพื่อทำสารบัญ และปรับสารบัญให้ทันสมัยเมื่อเนื้อหาเปลี่ยน สะดวกสำหรับเอกสารยาวๆ ที่ต้องมีโครงสร้างชัด

4. จัดการส่วนหัว–ท้าย และการจัดหน้าขั้นสูง

ฟีเจอร์ใหม่รวมถึงการแทรกหรือปรับ Header / Footer, คอลัมน์, มาร์จิ้น และฟิลด์แบบไดนามิก เช่น หมายเลขหน้า หรือ วันที่อัปเดตล่าสุด ทำได้รวดเร็วไม่ต้องออกจาก Word

5. แสดงสถานะ “กำลังทำงาน” ของ Copilot แบบเรียลไทม์

เมื่อ Copilot กำลังทำงานกับเอกสาร (เช่นแก้ไขหลายขั้นตอน) ผู้ใช้จะเห็นข้อความบอกสถานะแบบทันที ช่วยวางใจในผลลัพธ์และกระบวนการ

ใช้งานง่ายจริง ตัวอย่างคำสั่ง

Microsoft ยังยกตัวอย่างคำสั่งให้เห็นภาพว่าใช้ Copilot อย่างไร:

  1. แก้ไขเอกสารให้ชัดเจน
    เปิด Track Changes ปรับสรุปผู้บริหารให้สั้นและกระชับ ชี้แจงคำที่ไม่ชัดเจน ขยายคำย่อ แต่ไม่ต้องเขียนประโยคใหม่ทั้งหมด เว้นแต่ว่าจำเป็น

  2. ติดธงสำหรับตรวจสอบ
    ในส่วน Risk Factors ทำเครื่องหมายสิ่งที่ไม่ชัดเจน และเพิ่มคอมเมนต์ในจุดที่ต้องให้ ฝ่ายการเงิน หรือ ฝ่ายกฎหมาย ตรวจสอบโดยอิงตามที่ประชุมสัปดาห์ที่แล้ว

  3. จัดเอกสารให้อ่านง่าย
    สร้าง สารบัญ เพิ่ม หัวเอกสาร (Header) พร้อมชื่อเอกสารและวันที่ เพิ่ม หมายเลขหน้า (Footer)

  4. ทบทวนการแก้ไขที่ยังไม่ได้เสร็จ
    ตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงและคอมเมนต์ที่ยังไม่ได้แก้ไข จากนั้นทำ สรุปการทบทวน สั้น ๆ ไว้ด้านบน ซึ่งจะบันทึก  (1) การเปลี่ยนแปลงที่เสนอ และ (2) คำถามหรือข้อสงสัยที่ยังค้างอยู่

การเข้าถึงฟีเจอร์

  • ตอนนี้ฟีเจอร์เหล่านี้สามารถใช้งานได้แล้วสำหรับผู้ใช้ Copilot in Word บน Windows Desktop ผ่าน Frontier Program และ Office Insiders Beta Channel

  • การรองรับบน Word for the web และ Mac จะทยอยปล่อยในภายหลัง

ฟีเจอร์ใหม่ทั้งหมดถูกขับเคลื่อนโดย Work IQ เลเยอร์ AI ที่ออกแบบมาให้ Copilot เข้าใจ บริบทการทำงานจริงของคุณและองค์กร ดังนั้นคำตอบหรือแก้ไขของ Copilot จึงสะท้อนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาและลำดับงาน ทั้งนี้ยังปฏิบัติตาม นโยบายความเป็นส่วนตัว และการควบคุมข้อมูลของ Microsoft 365 ด้วย

 

ที่มา techcommunity

 


7 ฟีเจอร์ลับใน Microsoft Planner ที่คนทำงานต้องรู้!
หลายคนอาจคุ้นเคยกับ Microsoft Planner แค่ในฐานะเครื่องมือบริหารงานแบบกระดาน (Task Boards) ที่มีบัคเก็ต (Buckets) สำหรับแยกประเภทงาน แต่จริง ๆ แล้ว M...
Microsoft ปรับขึ้นราคา Microsoft 365 Personal และ Family พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ Copilot และ AI
Microsoft ได้ประกาศรวม Copilot เข้ากับชุดโปรแกรม Microsoft 365 สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป เพื่อยกระดับการใช้งานโปรแกรมต่างๆ เช่น Word, Excel, PowerPoint,...
Microsoft เตรียมเพิ่มฟีเจอร์ดูกิจกรรมที่ปฏิเสธสำหรับ Outlook Calendar
ล่าสุดทาง Microsoft ได้ประกาศการอัปเดตใหม่ เกี่ยวกับการอนุญาตให้มีการแจ้งเตือนในส่วนของกิจกรรมที่ถูกปฏิเสธสำหรับปฏิทิน Outlook ซึ่งจากเดิมก่อนที่...

Quote

Line

Call