มีรายงานจาก Windows Central ระบุว่า Microsoft กำลังพัฒนาโครงการภายในชื่อ “K2” ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพของ Windows 11 ในระยะถัดไป
รายงานดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางล่าสุดของบริษัทที่เริ่มเน้นการปรับปรุงประสบการณ์ใช้งาน โดยเฉพาะด้านความเร็วและความลื่นไหลของระบบ หลังจากที่ผ่านมา Windows 11 ถูกวิจารณ์อย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับปัญหาความหน่วงของอินเทอร์เฟซและพฤติกรรมระบบที่ไม่สม่ำเสมอ
การปรับปรุงเริ่มปรากฏในอัปเดตล่าสุด
ในช่วงที่ผ่านมา Microsoft ได้เริ่มปล่อยการอัปเดตที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงองค์ประกอบหลักของระบบ เช่น Start Menu, Settings และ File Explorer โดยมุ่งเน้นให้การโหลดเร็วขึ้นและการนำทางมีความลื่นไหลมากขึ้น
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มความสามารถในการปรับแต่งระบบมากขึ้น เช่น การจัดการ Windows Update และการลบฟีเจอร์บางส่วนที่ผู้ใช้ไม่ต้องการใช้งาน
“K2” กับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
หัวใจสำคัญของโครงการ “K2” อยู่ที่การปรับปรุงโครงสร้างภายในของระบบ โดยรายงานระบุว่าจะมีการนำ WinUI 3 มาใช้เป็นแกนหลักในการพัฒนาอินเทอร์เฟซ
ขณะเดียวกัน ยังมีการพัฒนา System Compositor รูปแบบใหม่ เพื่อช่วยลดความหน่วง (latency) และการใช้หน่วยความจำของระบบ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความตอบสนองขององค์ประกอบสำคัญ เช่น Start Menu และ Taskbar โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ระบบมีภาระงานสูง
Start Menu ใหม่อาจเร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานยังระบุว่า Microsoft กำลังพัฒนา Start Menu เวอร์ชันใหม่โดยใช้ WinUI 3 แบบ native ทั้งหมด ซึ่งอาจช่วยเพิ่มความเร็วได้สูงสุดถึง 60% เมื่อเทียบกับเวอร์ชันปัจจุบัน
นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงด้านการปรับแต่ง เช่น การเปลี่ยนขนาดเมนู และการจัดการองค์ประกอบภายในให้ยืดหยุ่นมากขึ้น
แนวโน้มในระยะถัดไป
แม้ Microsoft จะยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดของโครงการ “K2” อย่างเป็นทางการ แต่ข้อมูลจากรายงานชี้ให้เห็นว่า บริษัทกำลังมุ่งปรับปรุง Windows 11 ในระดับโครงสร้าง เพื่อแก้ไขข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพที่สะสมมา
หากแนวทางดังกล่าวถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ อาจส่งผลให้ Windows 11 มีประสิทธิภาพและความเสถียรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเวอร์ชันถัดไป
ที่มา Windows Central




