Microsoft ยกระดับ BitLocker เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ แรงขึ้น ปลอดภัยขึ้น

Microsoft ยกระดับ BitLocker เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ แรงขึ้น ปลอดภัยขึ้น


Microsoft เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยของ Windows อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดประกาศแนวทางใหม่ของ BitLocker ฟีเจอร์เข้ารหัสดิสก์ที่ถือเป็นหัวใจสำคัญด้านความปลอดภัย โดยเตรียมนำเทคโนโลยี Hardware-Accelerated BitLocker มาใช้อย่างจริงจัง เพื่อลดปัญหาด้านข้อจำกัดหรืออุปสรรคของระบบ ด้านประสิทธิภาพ และยกระดับประสบการณ์ใช้งานให้ใกล้เคียงกับการไม่เปิดการเข้ารหัสมากที่สุด

เดิมที BitLocker เป็นฟีเจอร์เสริมที่พบได้ใน Windows รุ่น Professional เป็นหลัก แต่ตั้งแต่ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 เป็นต้นไป Microsoft ได้ตั้งค่าให้การเข้ารหัสด้วย BitLocker เป็น ค่าเริ่มต้นสำหรับการติดตั้งใหม่ (Clean Install) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของข้อมูลตั้งแต่เริ่มใช้งาน แม้ว่าผู้ใช้จะสามารถปิดได้ แต่ Microsoft เชื่อว่าการพัฒนาใหม่ครั้งนี้จะทำให้หลายคนไม่อยากปิดอีกต่อไป

Microsoft อธิบายว่า ที่ผ่านมาบริษัทพยายามรักษาสมดุลระหว่างความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดย BitLocker มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพต่ำกว่า 10% มาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม เมื่อเทคโนโลยี NVMe พัฒนาอย่างรวดเร็ว ความเร็วในการรับ-ส่งข้อมูล (I/O) ก็เพิ่มขึ้นมาก ทำให้การเข้ารหัสแบบซอฟต์แวร์เริ่มไม่ทัน ส่งผลให้ BitLocker ใช้ทรัพยากร CPU มากขึ้น และกลายเป็นข้อจำกัดหรืออุปสรรคที่ผู้ใช้งานสังเกตได้ชัดเจน

เพื่อแก้ปัญหานี้ Microsoft จึงเปิดตัว BitLocker แบบเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ โดยอาศัยความสามารถของ SoC และ CPU รุ่นใหม่ ควบคู่กับการรองรับเทคโนโลยี UFS Inline Crypto Engine ที่มีอยู่เดิม ซึ่งเน้นความสามารถหลัก 2 ด้าน ได้แก่

1. Crypto Offloading
ย้ายภาระงานเข้ารหัสข้อมูลจำนวนมากจาก CPU หลักไปยังเอนจินเข้ารหัสเฉพาะทาง ช่วยลดการใช้ทรัพยากร CPU เพิ่มประสิทธิภาพโดยรวม และช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่

2. Hardware-Protected Keys
กุญแจเข้ารหัสหลักของ BitLocker จะได้รับการปกป้องด้วยฮาร์ดแวร์ เมื่ออุปกรณ์รองรับ SoC ที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงจากช่องโหว่ของ CPU และหน่วยความจำ เสริมจากการทำงานของ TPM (Trusted Platform Module) และเป็นก้าวสำคัญสู่การกำจัดกุญแจเข้ารหัสออกจาก CPU และ RAM ในอนาคต

Microsoft ยกระดับ BitLocker เร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ แรงขึ้น ปลอดภัยขึ้น

ผลทดสอบจริง: แรงขึ้นชัด ประหยัด CPU ถึง 70%

จากผลทดสอบภายในของ Microsoft พบว่า BitLocker แบบเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าแบบซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน ทั้งการอ่าน-เขียนแบบต่อเนื่องและแบบสุ่ม

ตัวอย่างจากการทดสอบ CrystalDiskMark

  • ความเร็วอ่าน SEQ1M Q1T1

    • ซอฟต์แวร์ BitLocker: 1,632.52 MB/s

    • ฮาร์ดแวร์ BitLocker: 3,746.55 MB/s

  • ความเร็วเขียน

    • ซอฟต์แวร์: 1,513.43 MB/s

    • ฮาร์ดแวร์: 3,530.82 MB/s

นอกจากนี้ Microsoft ระบุว่าสามารถ ลดการใช้รอบการทำงานของ CPU ได้เฉลี่ยถึง 70% ทำให้ประสบการณ์ใช้งานใกล้เคียงกับการไม่เปิด BitLocker พร้อมผลลัพธ์ด้านแบตเตอรี่ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Microsoft จะเริ่มรองรับ Hardware-Accelerated BitLocker บนอุปกรณ์ Intel vPro รุ่นใหม่ที่ใช้ Intel Core Ultra Series 3 เป็นกลุ่มแรก และมีแผนขยายไปยังพีซีที่ “รองรับ” ทุกรุ่นในอนาคต

BitLocker เวอร์ชันใหม่นี้ใช้อัลกอริทึม XTS-AES-256 เป็นค่าเริ่มต้น และต้องใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หรือใหม่กว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสถานการณ์ที่ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่ง Microsoft จะระบุรายละเอียดเพิ่มเติมไว้ในเอกสารทางการ

 

ที่มา neowin


Acronis True Image อัปเดตใหม่ รองรับ Windows 11 24H2 พร้อม BitLocker แต่มีข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์
Acronis True Image หรือที่เคยรู้จักในชื่อ Cyber Protect Home Office ได้เปิดตัวอัปเดตล่าสุดที่รองรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และระบบ BitLocker อย่าง...
Microsoft อาจเพิ่ม Copilot ลงใน File Explorer Context menu บน Windows 11
ในขณะนี้, ผู้ใช้ Windows 11 สามารถเข้าถึง Copilot ได้โดยการคลิกไอคอนบนทาสก์บาร์ และมีข้อเสนอว่าในอนาคตอาจมีการย้ายไปที่มุมขวาล่าง. บิลด์ Windows 11 ...

Quote

Line

Call