Microsoft เดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้าน AI บนระบบปฏิบัติการอีกครั้ง ล่าสุดได้ประกาศนโยบาย Group Policy ใหม่ ที่เปิดทางให้องค์กรสามารถ “ลบ Copilot” ออกจาก Windows 11 ได้อย่างเป็นทางการ โดยไม่กระทบต่อการใช้งานหลักของระบบ
การเปลี่ยนแปลงนี้มาพร้อมกับอัปเดต Patch Tuesday ภายใต้รหัส KB5083769 สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2 ซึ่งนอกจากจะเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ เช่น เครื่องมือทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตในตัว และการปรับปรุง Remote Desktop (ที่มีรายงานปัญหาบางส่วน) ยังมีการเพิ่มนโยบายสำคัญนี้เข้ามา แม้จะไม่ได้ถูกระบุไว้ใน changelog อย่างเป็นทางการ
Microsoft ระบุว่า นโยบายใหม่ชื่อ RemoveMicrosoftCopilotApp ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ดูแลระบบ (Admin) สามารถถอนการติดตั้ง Copilot ออกจากอุปกรณ์ในองค์กรได้อย่าง “ไม่รบกวนการทำงาน” และสามารถกำหนดเป้าหมายเฉพาะกลุ่มผู้ใช้หรืออุปกรณ์ได้
กล่าวคือ ไม่ใช่การลบแบบกระทบทั้งระบบ แต่เป็นการควบคุมแบบยืดหยุ่นตามนโยบายองค์กร
เงื่อนไขสำคัญก่อนใช้งานนโยบาย
การใช้งาน Group Policy นี้ไม่ได้เปิดใช้งานได้ทันทีในทุกเครื่อง โดย Microsoft กำหนดเงื่อนไขไว้ชัดเจน ดังนี้:
-
ต้องมีการติดตั้ง Microsoft 365 Copilot อยู่ก่อน
-
Copilot ต้องไม่ได้ถูกติดตั้งโดยผู้ใช้เอง
-
Copilot ต้องไม่ได้ถูกเปิดใช้งานภายในช่วง 28 วันที่ผ่านมา
Path ของ Group Policy สำหรับการตั้งค่า
Microsoft ได้ระบุเส้นทางนโยบายสำหรับทั้งระดับผู้ใช้และอุปกรณ์ ดังนี้:
-
User:
./User/Vendor/MSFT/Policy/Config/WindowsAI/RemoveMicrosoftCopilotApp -
Device:
./Device/Vendor/MSFT/Policy/Config/WindowsAI/RemoveMicrosoftCopilotApp
แม้จะสามารถลบ Copilot ออกได้ แต่ Microsoft ก็ยังคงให้ความยืดหยุ่น โดยผู้ใช้และผู้ดูแลระบบสามารถติดตั้ง Copilot กลับเข้ามาใหม่ได้ทุกเมื่อ หากมีความจำเป็นในการใช้งาน
การเปิดให้องค์กรสามารถเลือก “ลบ Copilot” ได้ สะท้อนให้เห็นว่า Microsoft อาจกำลังปรับแนวทาง จากเดิมที่พยายามผลักดัน AI Assistant เข้าสู่ทุกส่วนของ Windows ไปสู่แนวทางที่ยืดหยุ่นมากขึ้น และให้ผู้ใช้หรือองค์กรเป็นผู้ตัดสินใจ
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าพัฒนาประสบการณ์ใช้งาน Windows อย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มฟีเจอร์ที่ผู้ใช้เรียกร้องมายาวนาน และแผนปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบในอนาคต
สรุป
อัปเดตครั้งนี้ไม่ใช่แค่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ แต่เป็น “จุดเปลี่ยนเชิงนโยบาย” ที่สำคัญของ Microsoft โดยเฉพาะในมุมของการควบคุม AI บนระบบปฏิบัติการ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อองค์กรที่ต้องการบริหารจัดการเทคโนโลยีให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด
ที่มา neowin




