Microsoft ประกาศขยายการให้บริการอัปเดต Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ให้ครอบคลุมอุปกรณ์ที่รองรับทั้งหมดแล้ว รวมถึงคอมพิวเตอร์ที่ยังใช้งาน Windows 10 ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ใช้งานต้องรอการทยอยเปิดให้อัปเกรดตามรอบการปล่อยอัปเดต
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้ Windows 10 ที่มีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด สามารถเปลี่ยนไปใช้ Windows 11 26H2 ได้โดยตรงผ่าน Windows Update โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้ง Windows 11 เวอร์ชันก่อนหน้าเป็นขั้นตอนกลาง
ย้อนกลับไปช่วงปลายเดือนกันยายน 2026 Microsoft ได้เปิดให้ดาวน์โหลด Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 อย่างเป็นทางการ แต่ในช่วงแรกใช้วิธีทยอยปล่อยอัปเดต (Phased Rollout) ให้กับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์เป็นกลุ่ม ๆ ไม่ได้เปิดให้ทุกเครื่องอัปเดตพร้อมกัน
แนวทางดังกล่าวช่วยให้ Microsoft สามารถติดตามปัญหาความเข้ากันได้ของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้อย่างใกล้ชิด ลดความเสี่ยงที่ข้อผิดพลาดจากการอัปเดตจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานจำนวนมาก โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมขององค์กร
ล่าสุด Microsoft ระบุสถานะเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2026 ว่า Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 พร้อมให้ใช้งานแล้วสำหรับอุปกรณ์ที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมด ครอบคลุมทั้งเครื่องที่ใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2, 25H2 และ Windows 10 ที่รองรับการอัปเกรด
หนึ่งในจุดเด่นที่น่าสนใจของ Windows 11 26H2 คือการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบ โดยมีรายงานว่าระบบสามารถใช้หน่วยความจำ (RAM) ลดลงและตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้งานร่วมกับโปรแกรมจากผู้พัฒนาภายนอกบางประเภทที่ช่วยปรับแต่งและลดองค์ประกอบที่ไม่จำเป็นของ Windows
นอกจากนี้ Windows 11 26H2 ยังรวบรวมฟีเจอร์ที่ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ใน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 มาไว้ในเวอร์ชันล่าสุด โดย Microsoft ใช้เทคโนโลยีการให้บริการอัปเดต (Servicing Technology) เพื่อช่วยให้กระบวนการติดตั้งรวดเร็วขึ้น
วิธีอัปเกรด Windows 10 เป็น Windows 11 26H2
สำหรับผู้ที่ยังใช้งาน Windows 10 และต้องการเปลี่ยนไปใช้ Windows 11 26H2 สามารถตรวจสอบการอัปเดตได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้
-
เปิดเมนู Settings
-
เลือก Update & Security
-
คลิก Windows Update
-
กด Check for updates
-
หากอุปกรณ์รองรับ จะมีตัวเลือกให้อัปเกรดเป็น Windows 11 เวอร์ชัน 26H2 ปรากฏขึ้น
อีกหนึ่งจุดที่ควรตรวจสอบคือการเปิดตัวเลือก Get the latest updates as soon as they're available ภายในหน้า Windows Update เพื่อรับการอัปเดตและฟีเจอร์ใหม่ทันทีที่พร้อมให้บริการ
อย่างไรก็ตาม หากยังไม่พบตัวเลือกอัปเกรด ควรตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์และสถานะการอัปเดตก่อน ไม่ควรนำแพ็กเกจ Enablement Package ของ Windows 11 ไปติดตั้งบน Windows 10 โดยตรง
ทางเลือกอื่นสำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Windows 11 26H2
สำหรับผู้ใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 ที่ต้องการเปิดใช้งานฟีเจอร์ของ 26H2 ยังมีทางเลือกเพิ่มเติม ได้แก่
-
Enablement Package (eKB5121794): แพ็กเกจสำหรับเปิดใช้งานฟีเจอร์ของ Windows 11 26H2 บนอุปกรณ์ที่ใช้ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 หรือ 25H2 ที่รองรับ
-
เครื่องมืออัปเกรด Windows 11: ใช้เครื่องมือช่วยดาวน์โหลดและติดตั้งระบบปฏิบัติการเวอร์ชันล่าสุด
-
Clean Install ผ่าน ISO: สำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้ง Windows ใหม่ทั้งหมด สามารถใช้ไฟล์ ISO ผ่านเครื่องมือ Media Creation Tool (MCT) ของ Microsoft หรือสร้าง USB ติดตั้งผ่านโปรแกรมอย่าง Rufus และ Ventoy
หมายเหตุ วิธี Enablement Package ใช้ได้เฉพาะระบบ Windows 11 รุ่นที่รองรับเท่านั้น ไม่สามารถใช้เป็นวิธีอัปเกรดจาก Windows 10 ได้โดยตรง
การเปิดให้อุปกรณ์ Windows 10 ที่รองรับสามารถอัปเกรดเป็น Windows 11 26H2 ได้โดยตรง ถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับองค์กรในการวางแผนปรับปรุงระบบปฏิบัติการให้ทันสมัยยิ่งขึ้น โดยเฉพาะองค์กรที่ยังมีคอมพิวเตอร์ Windows 10 จำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม ก่อนดำเนินการควรตรวจสอบข้อกำหนดด้านฮาร์ดแวร์ ความเข้ากันได้ของซอฟต์แวร์ที่ใช้งานภายในองค์กร รวมถึงสำรองข้อมูลสำคัญก่อนอัปเกรดทุกครั้ง
สำหรับอุปกรณ์ที่ไม่ผ่านข้อกำหนด Windows 11 องค์กรควรพิจารณาทางเลือกในการเปลี่ยนฮาร์ดแวร์หรือวางแผนรองรับ Windows 10 ด้วย Extended Security Updates (ESU) ตามเงื่อนไขที่ Microsoft กำหนด
การเปลี่ยนผ่านสู่ Windows 11 จึงไม่ใช่เพียงการอัปเดตระบบปฏิบัติการ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับความปลอดภัยและเตรียมความพร้อมด้าน IT ให้กับองค์กรในระยะยาว
ที่มา neowin



