Microsoft ได้ปล่อยอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 สำหรับ Windows 10 อย่างเป็นทางการแล้ว ภายใต้รหัส KB5073724 ตามรอบ Patch Tuesday ซึ่งตรงกับวันอังคารที่สองของเดือน โดยอัปเดตนี้เปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ที่เข้าร่วมโครงการ Extended Security Updates (ESU)
อัปเดต KB5073724 มาพร้อมหมายเลขบิลด์ 19045.6575 และ 19044.6575 โดยมีเป้าหมายหลักคือการอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการ พร้อมปรับปรุงส่วนประกอบสำคัญบางส่วนให้มีความปลอดภัยและเสถียรมากยิ่งขึ้น
ไฮไลต์สำคัญของอัปเดต KB5073724
1. ยกเลิกไดรเวอร์โมเด็มรุ่นเก่า
Microsoft ได้ถอดไดรเวอร์โมเด็มบางรายการออกจากระบบ ได้แก่
-
agrsm64.sys (x64)
-
agrsm.sys (x86)
-
smserl64.sys (x64)
-
smserial.sys (x86)
ผลกระทบคือ ฮาร์ดแวร์โมเด็มที่ยังต้องพึ่งพาไดรเวอร์เหล่านี้จะไม่สามารถใช้งานได้บน Windows 10 อีกต่อไป ซึ่งถือเป็นการยกระดับความปลอดภัยด้วยการตัดการรองรับเทคโนโลยีที่ล้าสมัย
2. ปรับปรุงระบบ Secure Boot ให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น
ตั้งแต่อัปเดตนี้เป็นต้นไป Windows จะเริ่มใช้ข้อมูลการกำหนดเป้าหมายอุปกรณ์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อคัดเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมสำหรับการรับ Secure Boot certificate รุ่นใหม่ โดยอุปกรณ์จะได้รับใบรับรองดังกล่าวก็ต่อเมื่อมีประวัติการอัปเดตที่สำเร็จอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การแจกจ่ายเป็นไปอย่างปลอดภัยและค่อยเป็นค่อยไป ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดกับระบบ
3. แก้ไข WinSqlite3.dll ที่เคยถูกมองว่าเสี่ยงด้านความปลอดภัย
Microsoft ได้อัปเดตไฟล์ระบบหลัก WinSqlite3.dll หลังจากก่อนหน้านี้ซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัยบางรายตรวจพบว่าไฟล์ดังกล่าวอาจมีช่องโหว่ การแก้ไขครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความเชื่อมั่นในการใช้งาน Windows 10 มากขึ้น
ยังไม่พบปัญหาหลังการอัปเดต
Microsoft ระบุว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่มีรายงานปัญหาที่ทราบแล้ว (Known Issues) สำหรับอัปเดต KB5073724 ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้องกังวลเป็นพิเศษ
วิธีการติดตั้งอัปเดต
โดยปกติ Windows 10 จะดาวน์โหลดและติดตั้งอัปเดต Patch Tuesday ให้อัตโนมัติในเบื้องหลัง แต่ผู้ใช้สามารถตรวจสอบและเร่งการอัปเดตได้ที่
การตั้งค่า (Settings) > Windows Update
นอกจากนี้ ยังสามารถดาวน์โหลดไฟล์อัปเดต KB5073724 เพื่อติดตั้งด้วยตนเองผ่าน Microsoft Update Catalog ได้เช่นกัน
อัปเดตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ Windows 10 จะเข้าสู่ช่วงท้ายของอายุการใช้งานหลักแล้ว แต่ Microsoft ยังคงให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยเฉพาะองค์กรและผู้ใช้ที่ยังต้องพึ่งพาระบบผ่านโครงการ Extended Security Updates อย่างต่อเนื่อง
ที่มา neowin



