Microsoft เปิดตัวอัปเดตใหม่สำหรับ Windows 11 ในรูปแบบ Optional Update หรือ C-Update ภายใต้รหัส KB5089573 สำหรับ Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 โดยมาพร้อมหมายเลขบิลด์ 26200.8524 และ 26100.8524 ซึ่งเริ่มเปิดให้ผู้ใช้งานดาวน์โหลดแล้วผ่าน Windows Update และ Microsoft Update Catalog
อัปเดตครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งการอัปเกรดสำคัญของ Windows 11 เพราะมาพร้อมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพระบบ การปรับปรุงเสถียรภาพ และฟีเจอร์ใหม่จำนวนมาก โดยเฉพาะด้าน AI, เสียง, กล้อง ประสบการณ์ใช้งานโดยรวมที่ลื่นไหลยิ่งขึ้น และฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย โดยมีรายละเอียดดังนี้:
[Shared Audio] ใหม่!
- ฟีเจอร์ Shared Audio ช่วยให้ผู้ใช้งาน 2 คน สามารถฟังเสียงเดียวกันจากพีซี Windows 11 เครื่องเดียวได้พร้อมกัน ผ่านเทคโนโลยี Bluetooth® LE Audio Broadcast ตัวอย่างเช่น ดูหนังระหว่างเดินทางหรือฟังเพลงร่วมกันระหว่างเรียน วิธีใช้งานคือเปิด Quick Settings จาก Taskbar เลือก Shared Audio จากนั้นเลือกอุปกรณ์ที่รองรับและเชื่อมต่อไว้ 2 เครื่อง แล้วกด Start Sharing
[Magnifier ใน Windows]
- ใหม่! Magnifier มีการแจ้งเตือนที่ชัดเจนและสม่ำเสมอมากขึ้นเมื่อใช้งานร่วมกับ Screen Reader
- ใหม่! รองรับการขยายเนื้อหาที่ได้รับการป้องกัน
- ปรับปรุงความลื่นไหลในการเคลื่อนย้าย Magnifier ในโหมด Lens
[Task Manager]
-
ใหม่! เพิ่มการแสดงผลการใช้งาน NPU บนพีซีที่มี NPU
-
เพิ่มคอลัมน์ NPU และ NPU Engine ในหน้า Processes, Users และ Details
-
เพิ่มคอลัมน์ NPU Dedicated Memory และ NPU Shared Memory
-
Neural Engine ที่อยู่ใน GPU จะแสดงในหน้า Performance เพื่อให้เห็นภาพรวมการทำงานด้าน AI ได้ครบถ้วนขึ้น
-
เพิ่มคอลัมน์ Isolation เพื่อแสดงว่าแอปใดทำงานใน AppContainer
-
ปรับปรุงการแสดงความเร็ว CPU ใน VM หลังออกจากโหมด Hibernate ให้แม่นยำขึ้น
[Camera]
-
ใหม่! ฟีเจอร์ Multi-App Camera ช่วยให้หลายแอปสามารถใช้งานกล้องเดียวกันได้พร้อมกัน
-
เพิ่ม Basic Camera Mode สำหรับการใช้งานกล้องแบบพื้นฐาน ช่วยแก้ปัญหาหรือเพิ่มเสถียรภาพเมื่อกล้องทำงานผิดปกติ
-
ผู้ดูแลระบบองค์กรสามารถตั้งค่าโหมดต่าง ๆ ผ่าน Group Policy ได้
[Windows Setup]
-
ใหม่! ผู้ใช้งานสามารถกำหนดชื่อโฟลเดอร์ผู้ใช้เองได้ระหว่างการติดตั้ง Windows
[General Performance]
-
ปรับปรุงความเร็วในการเปิดแอปและการทำงานหลักของระบบ เช่น Start Menu, Search และ Action Center
[Windows Hello]
-
ปรับปรุงประสิทธิภาพของบริการ Windows Biometric (WinBio) หลังออกจาก Modern Standby
-
ลดปัญหาการยืนยันตัวตนล้มเหลวแบบไม่คาดคิด
-
ปรับปรุงหน้าจอล็อกและหน้าลงชื่อเข้าใช้ โดย Windows Hello Face หรือ Fingerprint จะกลายเป็นวิธีเข้าสู่ระบบหลักอัตโนมัติ
[Windows Search]
-
ค้นหาไฟล์ได้แม่นยำขึ้น แม้พิมพ์เพียง 2 ตัวอักษร
[Storage]
-
รองรับการกำหนดขนาด Dev Drive เป็นหน่วย GB ได้
-
ปรับปรุงการแสดง UAC Prompt ให้เหมาะสมมากขึ้น
[USB]
-
เพิ่มความเสถียรในการใช้งานจอภาพผ่าน USB4 Dock และ Hub
-
ปรับปรุง USB3 Stack ให้รองรับการกู้คืนจากข้อผิดพลาดของฮาร์ดแวร์ได้ดีขึ้น
[Sensors]
-
ปรับปรุงการจัดการพลังงาน ลดปัญหา Sensor Hub ใช้พลังงานเกินจำเป็น
[Human Interface Device (HID)]
-
ปรับปรุงอายุการใช้งานแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์ HID
-
เพิ่มประสิทธิภาพด้าน Power Hygiene ระหว่าง Standby
[Input]
-
เพิ่มความเสถียรของ Touch Keyboard บนหน้าจอลงชื่อเข้าใช้
-
ปรับปรุงความเสถียรของ explorer.exe
-
เพิ่มประสิทธิภาพการเปิดและใช้งาน Clipboard History
[Fonts]
-
อัปเดตฟอนต์ Times New Roman ให้รองรับการแสดงผล Greek และ Cyrillic ได้แม่นยำและสวยงามยิ่งขึ้น
[Task Scheduler]
-
จดจำขนาดคอลัมน์ใน Task List ข้าม Session ได้แล้ว
[Desktop Icons]
-
เพิ่มความเสถียรในการโหลด Shortcut บน Desktop
[Microsoft Store]
-
ปรับปรุงความเร็วในการดาวน์โหลดและการใช้แบนด์วิดท์
-
ปรับปรุงการแจ้งข้อผิดพลาดเมื่อดาวน์โหลดล้มเหลวจากนโยบาย Windows Update
[Reliability]
-
เพิ่มความเสถียรของ Windows ในหน้าลงชื่อเข้าใช้ หน้าล็อก File Explorer การใช้งาน Touch Gesture และการเปลี่ยนธีมใน Settings
ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดอัปเดต KB5089573 ได้ผ่าน Settings > Windows Update หรือผ่าน Microsoft Update Catalog โดยอัปเดตนี้เป็นแบบ Optional Update ผู้ใช้งานต้องกด “Download and install” ด้วยตนเอง
Microsoft ระบุว่าฟีเจอร์ทั้งหมดในอัปเดตนี้ จะถูกรวมเข้าไปใน Patch Tuesday ประจำเดือนมิถุนายน 2026 ที่จะปล่อยให้ผู้ใช้งานทั่วไปในวงกว้างต่อไป
ที่มา neowin



