Microsoft ได้เริ่มปล่อยอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมิถุนายน 2026 หรือ Patch Tuesday สำหรับ Windows 11 อย่างเป็นทางการแล้ว โดยผู้ใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 และ 25H2 จะได้รับอัปเดตผ่าน KB5094126 ขณะที่ผู้ใช้งาน Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 จะได้รับอัปเดตผ่าน KB5093998
หลังการติดตั้งอัปเดตล่าสุด
-
Windows 11 เวอร์ชัน 24H2 จะอัปเดตเป็น Build 26100.8655
-
Windows 11 เวอร์ชัน 25H2 จะอัปเดตเป็น Build 26200.8655
-
Windows 11 เวอร์ชัน 23H2 จะอัปเดตเป็น Build 22631.7219
แม้ในช่วงแรก Microsoft จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดของอัปเดตชุดนี้ แต่ในเวลาต่อมาได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขและปรับปรุงที่สำคัญ ซึ่งเน้นทั้งด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นของอัปเดตครั้งนี้คือ
[Secure Boot]
อัปเดตคุณภาพของ Windows ในครั้งนี้ได้เพิ่มข้อมูลสำหรับการกำหนดเป้าหมายอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูงมากขึ้น ช่วยขยายจำนวนอุปกรณ์ที่มีสิทธิ์ได้รับใบรับรอง Secure Boot รุ่นใหม่โดยอัตโนมัติ อุปกรณ์จะได้รับใบรับรองใหม่ก็ต่อเมื่อมีประวัติการติดตั้งอัปเดตที่สำเร็จตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อให้การทยอยปล่อยใบรับรองเป็นไปอย่างมีการควบคุมและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
[Virtualization]
แก้ไขปัญหาที่อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาด Stop Error ได้แก่ HYPERVISOR_ERROR (0x20001) และ KMODE_EXCEPTION_NOT_HANDLED (0x1E) หลังจากติดตั้งอัปเดต KB5089573 บนอุปกรณ์บางเครื่อง โดยปัญหาดังกล่าวอาจเกิดขึ้นระหว่างการรีสตาร์ทระบบ การใช้งานเครื่องเสมือน (Virtual Machine) หรือขณะใช้งานเกมบางประเภท
Microsoft ระบุว่า ณ ขณะนี้ ยังไม่มีปัญหาที่ทราบแล้ว (Known Issues) สำหรับอัปเดตชุดนี้
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป อัปเดตดังกล่าวจะถูกแจกจ่ายผ่าน Windows Update และติดตั้งให้อัตโนมัติตามรอบการอัปเดตของระบบ อย่างไรก็ตาม องค์กรหรือผู้ดูแลระบบที่ต้องการติดตั้งแบบออฟไลน์ สามารถดาวน์โหลดแพ็กเกจอัปเดตได้โดยตรงจาก Microsoft Update Catalog ซึ่งสามารถค้นหาการอัปเดตสำหรับเวอร์ชัน 25H2/24H2 ได้ที่ลิงก์นี้และเวอร์ชัน 23H2 ได้ที่ลิงก์นี้
การปล่อยอัปเดต Patch Tuesday ในเดือนมิถุนายน 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของ Microsoft ในการรักษาความปลอดภัยและเสถียรภาพของ Windows 11 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบ Virtualization และการเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Secure Boot ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในปัจจุบัน
ที่มา neowin



