รวมสรุป Software License คืออะไรและมีกี่ชนิด ฉบับเข้าใจง่าย

รวมสรุป Software License คืออะไรและมีกี่ชนิด ฉบับเข้าใจง่าย

 

Software License โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งที่ถูกเขียนเพื่อให้ทำงานอยู่บนคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเองหรือสอบเทคนิคเรียกว่า Software โดยทั่วไปแล้วซอฟต์แวร์ทั้งหมดล้วนมีลิขสิทธิ์คุ้มครองอยู่การที่จะนำมาใช้งานต้องเกิดจากการยินยอมของผู้พัฒนาหรือผู้พัฒนาจะมอบสัญญาอนุญาตให้มีสิทธิ์การใช้งานให้แก่ผู้ใช้งานโดยสัญญาเหล่านั้นมักเรียกทับศัพท์ว่า Software License 

Software License คือเอกสิทธิ์ที่ให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มีสิทธ์ควบคุมการใช้หรือเผยแพร่ซอฟต์แวร์ที่เป็นเจ้าของได้ซึ่งผู้ใช้งานต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญา ไม่สามารถนำไปทำซ้ำหรือดผยแพร่ดัดแปลงได้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องไม่จำเป็น ต้องเสียงเงินหรือเสียค่าใช้จ่ายอย่างเดียวเพราะบางซอฟต์แวร์ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถดาวน์โหลดมาใช้ได้ฟรีแล้วบางเสาแบบก็มีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้งานหรืออายุการใช้งาน ที่ถูกกำหนดไว้โดยผู้พัฒนานั่นเอ ซึ่งแน่นอนว่าประเภทของสัญญาอนุญาตซอฟต์แวร์มีอยู่หลายตัวมากแต่ละ License ก็ยังไม่เหมือนกันดังนั้นจึงสามารถแบ่งได้เป็นประเภทหลักๆได้ทั้งหมด 7 ประเภทด้วยกัน

1.Public-domain Software (ซอฟต์แวร์สาธารณะ)

            เป็นหนึ่งในประเภทสัญญาณอนุญาตซอฟต์แวร์ที่ไม่มีใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์แล้วหรือหมดอายุคุ้มครองสิทธิ์ไปแล้วเป็นซอฟต์แวร์ประเภทที่สามารถแก้ไข แจกจ่าย หรือจำหน่ายได้โดยไม่ต้องอ้างที่มาส่วนใหญ่แล้วเป็นโปรแกรมที่เก่าถูกเผยแพร่ในยุคที่กฎหมายลิขสิทธิยังไม่มีการคุ้มครองในเรื่องซอฟต์แวร์ เช่นพวกโปรแกรม “ELIZA” ในปี ค.ศ 1966

2.Proprietary Software (ซอฟต์แวร์กรรมสิทธิ์)

            ซอฟต์แวร์กรรมสิทธิ์ส่วนมากจะมีลักษณะเหมือนซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่สามารถเช่า ซื้อ หรือขายLicenseและจะไม่เปิดเผยซอสโค้ดให้แก่ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์ดังๆส่วนมากจะจัดอยู่ในประเภทซอฟต์แวร์กรรมสิทธิ์กันทั้งนั้นเช่นโปรแกรมบีบอัดไฟล์ หรือโปรแกรมพูดคุย Skype รวมถึงโปรแกรม Microsoft windows

3.Commercial Software (ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์)

            เป็นซอฟต์แวร์ที่จัดทำเพื่อขายหรือวัตถุประสงค์การค้าเท่านั้นเป็นซอฟต์แวร์ที่สามารถเช่าหรือซื้อได้ทั้งที่ตัวแทนขายและผู้พัฒนาโดยที่ผู้พัฒนาหรือผู้ขายมักจะออกแบบเงื่อนไขในการใช้งานให้กับผู้ซื้อว่าจะนำไปทำอะไร จำกัดจำนวนผู้ใช้งานและจำกัดฟีเจอร์บางอย่างเป็นต้น   เช่น สินค้า Microsoft อย่างโปรแกรม Microsoft 365 และแบ่งแพ็คเกจการใช้งานเช่น สำหรับคนทั่วไป สำหรับใช้ในองค์กร สำหรับใช้ในสถานศึกษา

4.Demo (ซอฟต์แวร์ทดลองใช้แบบจำกัดความสามารถ)

            ซอฟต์แวร์ที่ให้ทดลองใช้แบบไม่จำกัดเวลาแต่ฟังก์ชันบางอย่างจะถูกปิดเอาไว้ก่อนที่จะซื้อตัวเต็มมาใช้ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้เรียกว่า Demo จะไม่จำกัดฟังก์ชั่นในการใช้งานที่น่าเกลียดจนเกินไปเรายังสามารถใช้ฟังก์ชันหลักของโปรแกรมได้อย่างไม่จำกัด

5.Freeware (ซอฟต์แวร์เสรี) 

            เป็นซอฟต์แวร์ที่ให้ดาวน์โหลดฟรีซึ่งผู้ใช้ไม่ได้รับอนุญาตในการดัดแปลงแก้ไขหรื นำไปจำหน่ายเพื่อหากำไรแต่ส่วนมากผู้พัฒนาจะสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้ผู้ใช้งานติดใจเพื่อจ่ายเงินซื้อตัวเต็ม

6.Shareware (ซอตฟ์แวร์ทอดลองแบบจำกัดการใช้งาน)

            โปรแกรมที่ผู้พัฒนาสามารถแจกจ่ายได้ทั่วไปเป็นซอฟต์แวร์ที่อยู่กึ่งกับซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์แต่อาจจะคล้ายกับตัว Demo แต่จะมีการกำหนดระยะเวลาเช่น 15 วัน 30 วัน

7.Open-Source Software (ซอตฟ์แวร์เปิดเผยซอร์สโค้ด)

            ซอฟต์แวร์ที่อนุญาตให้ใช้งานได้ฟรีเช่นเดียวกับ Freeware แต่จะสามารถให้ผู้ใช้งานนั้นปรับปรุงแก้ไขซอร์สโค้ดได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัด


Email Business  vs. Free Email
Email ธุรกิจเป็นการใช้ Email ธุรกิจในนามบริษัทเพื่อติดต่อกับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและให้แบรนด์ของท่านดูน่าเชื่อถือ อีกทั้ง Email ธ...
รีวิว FinePrint จัดการรูปแบบงานพิมพ์ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือที่ไม่ซับซ้อน
งานเอกสารมักเป็นงานที่ดูยากเสมอ ไม่เว้นแม้แต่การสั่งปริ้นที่น่าจะเป็นปัญหาสำหรับใครหลายๆ คน (ฮ่าๆๆ) คราวนี้เลยขอเอาโปรแกรมเกี่ยวกับการปริ้น มาแนะ...
Google Forms เปิดตัวฟีเจอร์ auto save
ในตอนนี้การใช้ Google Forms เป็นที่นิยมอย่างมากเพราะสะดวกในการสอบถามข้อมูลหรือแม้แต่การจะทำควิซสอบถามต่างๆเดี๋ยวนี้ก็ใช้บริการของ Google Forms กัน...

Invoice
024609292
Line
Company