Microsoft ประกาศการเปลี่ยนแปลงสำคัญของ OneDrive โดยตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป ไฟล์ที่ถูกลบจาก OneDrive บนคลาวด์ จะไม่ถูกส่งไปยังถังรีไซเคิล (Recycle Bin หรือ Trash) บนเครื่องคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่จะถูกลบออกจากระบบเครื่องทันที
ก่อนหน้านี้ หากผู้ใช้ลบไฟล์ผ่าน OneDrive บนคลาวด์ ไฟล์ที่ซิงค์อยู่ในเครื่องจะถูกย้ายไปยัง Recycle Bin (Windows) หรือ Trash (macOS) ทำให้สามารถกู้คืนจากเครื่องได้
แต่หลังจากอัปเดตนี้:
-
ไฟล์ที่ลบจากคลาวด์ → จะ ไม่เข้า Recycle Bin บนเครื่อง
-
ไฟล์จะหายไปจากเครื่องทันที
-
หากต้องการกู้คืน → ต้องไปที่ Recycle Bin บนเว็บไซต์ OneDrive หรือ SharePoint เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การลบไฟล์ภายในเครื่องโดยตรง (Local delete) จะยังคงทำงานเหมือนเดิม และยังสามารถกู้จาก Recycle Bin ได้
เหตุผลของการเปลี่ยนแปลง
Microsoft ระบุว่า การปรับครั้งนี้มีเป้าหมายหลัก 2 เรื่อง:
-
เพิ่มประสิทธิภาพการซิงค์ (Sync Performance) โดยเฉพาะผู้ใช้ที่มีไฟล์จำนวนมาก
-
ทำให้การกู้คืนไฟล์ชัดเจนและเป็นระบบมากขึ้น ด้วยแหล่งกู้คืนเพียงจุดเดียว (Single Source of Truth)
ผลลัพธ์คือ:
-
การลบไฟล์ทำได้เร็วขึ้น
-
ลดความซับซ้อนในการกู้คืนไฟล์
-
ลดความสับสนระหว่าง “ไฟล์ในเครื่อง” และ “ไฟล์บนคลาวด์”
เริ่มใช้งานเมื่อไหร่?
-
เริ่มทยอยอัปเดต: ต้นเดือนพฤษภาคม 2026
-
คาดว่าจะใช้งานครบทั้งหมด: ปลายเดือนพฤษภาคม 2026
-
ครอบคลุมผู้ใช้:
-
OneDrive บน Windows และ macOS
-
ทุกองค์กร รวมถึง Worldwide, GCC, GCC High และ DoD
-
-
ผู้ดูแลระบบ (Admin) ไม่สามารถปิดการเปลี่ยนแปลงนี้ได้
สิ่งที่องค์กรควรเตรียมตัว
แม้ระบบจะอัปเดตอัตโนมัติ แต่ Microsoft แนะนำว่าองค์กรควร:
-
แจ้งผู้ใช้งานให้เข้าใจว่า ต้องกู้ไฟล์จาก OneDrive/SharePoint บนเว็บเท่านั้น
-
อัปเดตเอกสารหรือคู่มือภายใน ที่เคยอ้างอิงการกู้ไฟล์จาก Recycle Bin บนเครื่อง
สรุป
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือการ “ตัด Recycle Bin ในเครื่องออก” สำหรับไฟล์ที่ลบจากคลาวด์ เพื่อให้ระบบทำงานเร็วขึ้น และทำให้การกู้คืนไฟล์มีมาตรฐานเดียว คือผ่านถังรีไซเคิลบนเว็บเท่านั้น
การอัปเดตนี้ถือเป็นอีกก้าวของ Microsoft ในการปรับ OneDrive ให้เหมาะกับการใช้งานยุค Cloud อย่างเต็มรูปแบบ โดยเน้นทั้ง “ประสิทธิภาพ” และ “ความชัดเจนในการจัดการไฟล์” มากยิ่งขึ้น
ที่มา neowin



