Microsoft ได้ปล่อยอัปเดต Patch Tuesday ประจำเดือนกรกฎาคม 2026 สำหรับผู้ใช้งาน Windows 11 อย่างเป็นทางการ ครอบคลุมทั้ง Windows 11 เวอร์ชัน 25H2, 24H2 และ 23H2 โดยอัปเดตครั้งนี้มุ่งเน้นการแก้ไขช่องโหว่ด้านความปลอดภัย การปรับปรุงความเสถียรของระบบ และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งาน Microsoft Office รวมถึงเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยสำหรับ Secure Boot และ Remote Desktop Protocol (RDP)
ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบเวอร์ชันระบบปฏิบัติการและเลขรหัสอัปเดต (Build) หลังการติดตั้งได้ดังนี้
Windows 11 (เวอร์ชัน 25H2 และ 24H2)
อัปเดตผ่านรหัส: KB5101650
25H2 จะเปลี่ยนเป็น: Build 26200.8875
24H2 จะเปลี่ยนเป็น: Build 26100.8875
Windows 11 (เวอร์ชัน 23H2)
อัปเดตผ่านรหัส: KB5099414
จะเปลี่ยนเป็น: Build 22631.7376
ไฮไลต์การเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงที่สำคัญ
Secure Boot
อัปเดตนี้เพิ่มข้อมูลการระบุอุปกรณ์ที่มีความมั่นใจสูง เพื่อขยายการรองรับอุปกรณ์ที่สามารถรับใบรับรอง Secure Boot ใหม่ได้โดยอัตโนมัติผ่าน Windows Update โดย Microsoft ยังคงเดินหน้ากระบวนการส่งมอบใบรับรองผ่านระบบอัปเดตของ Windows ต่อไป
แอปพลิเคชัน
Microsoft แก้ไขปัญหาที่ส่งผลต่อแอปของบริษัทอื่นบางตัว ซึ่งใช้เทคโนโลยี OLE Automation เพื่อเชื่อมต่อกับ Microsoft Office โดยก่อนหน้านี้ หลังติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยเดือนมิถุนายน 2026 (KB5094126 / KB5093998) แอปเหล่านี้อาจมีปัญหาเปิด Office หรือเปิดเอกสารไม่ได้
Input และคีย์ลัด
อัปเดตนี้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการยกเลิกการลงทะเบียนและการล้างข้อมูลของ hotkey ซึ่งในบางกรณีอาจทำให้ฟีเจอร์ใน Windows ที่พึ่งพาพฤติกรรมเดิมของ hotkey ตอบสนองต่อคีย์ลัดบางรายการชั่วคราวได้ไม่สมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปสามารถแก้ได้ด้วยการรีสตาร์ทแอปที่ได้รับผลกระทบ
ระบบเครือข่าย (Networking)
มีการเพิ่มมาตรการยกระดับความปลอดภัยด้วยการบังคับใช้ข้อกำหนดการลงทะเบียน TDI transport ส่งผลให้แอปที่ใช้ socket ผ่าน TDI transport ของบุคคลที่สามที่ไม่ได้ลงทะเบียน อาจหยุดทำงานหลังติดตั้งอัปเดตนี้ ขณะที่ TDI transport ที่ลงทะเบียนอย่างถูกต้องจะไม่ได้รับผลกระทบ
ความปลอดภัย (Security)
Microsoft ได้อัปเกรดเครื่องมือ curl ที่มากับ Windows เป็นเวอร์ชัน 8.21.0 พร้อมเพิ่มการปรับปรุงด้านความปลอดภัยเพื่อช่วยปกป้องอุปกรณ์ของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น
ความปลอดภัยของ Remote Desktop (RDP)
อัปเดตครั้งนี้เพิ่มการรองรับ SHA-2 certificate thumbprints สำหรับ trusted RDP publishers และยังคงรองรับ SHA-1 ไว้ชั่วคราวเพื่อความเข้ากันได้กับระบบเดิม โดย Microsoft ระบุว่าอาจมีการยกเลิกการรองรับ SHA-1 ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีแนวทางใหม่สำหรับการจัดการความปลอดภัยของไฟล์ .rdp ผ่าน Group Policy เพื่อช่วยให้องค์กรควบคุมได้ว่าผู้ใช้สามารถเปิดไฟล์ RDP ใดได้บ้าง ลดความเสี่ยงจากการโจมตีแบบฟิชชิงได้มากขึ้น Microsoft แนะนำให้ผู้ดูแลระบบเปลี่ยนไปใช้ SHA-256 thumbprints หรืออัลกอริทึมที่แข็งแกร่งกว่านี้โดยเร็วที่สุด
ปัญหาที่ทราบ (Known Issues)
Microsoft ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่พบปัญหาที่ทราบ (Known Issues) จากอัปเดตชุดนี้
ผู้ใช้งาน Windows 11 จะได้รับอัปเดตชุดนี้ผ่าน Windows Update โดยอัตโนมัติในอุปกรณ์ส่วนใหญ่ ส่วนผู้ที่ต้องการติดตั้งแบบออฟไลน์สามารถดาวน์โหลดแพ็กเกจอัปเดตได้จาก Microsoft Update Catalog ซึ่งมีไฟล์แยกสำหรับเวอร์ชัน 25H2/24H2 ได้ที่นี้และเวอร์ชัน 23H2 ได้ที่ลิงก์นี้
ที่มา neowin



